เพียงเอาคำว่า ‘ขยะพิษ’ ออกภายในสามวัน พร้อมจะถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท ‘สุเมธ เหรียญพงษ์นาม’

เพียงเอาคำว่า ‘ขยะพิษ’ ออกภายในสามวัน พร้อมจะถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท ‘สุเมธ เหรียญพงษ์นาม’

วินาทีแรกที่ก้าวออกจากประตูศาลมา รอยยิ้มน้อย ๆ พลันเปิดกว้างมากขึ้น เมื่อตัวแทนชาวบ้านสามตำบลไม่ว่าจะเป็น เขาไม้แก้ว และ ลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี ตำบลกรอกสมบูรณ์ ในอำเภอศรีมหาโพธิ ต่างกรูเข้ามาให้กำลังใจ ก่อนน้ำตาของ “สุเมธ เหรียญพงษ์นาม” จะไหลด้วยความตื้นตัน

วินาทีก่อนหน้าเขาเป็นเพียงผู้ต้องหาถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาทในวงเงินสูงถึง 50 ล้านบาท จากบริษัท “เวสต์ 2 เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัทที่รับกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรมที่มาจากทุกสารทิศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม : ประชาไท – ประชาชนถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน หลังร้องเรียนโรงงานกำจัดกากเสียอุตสาหกรรม

ราวปลายเดือนกันยายนของปีที่แล้ว เคยสัมภาษณ์ “สุเมธ” ที่โป่งไผ่ อำเภอศรีมหาโพธิ ถึงจะไม่ได้ใช้แต่นั่นเป็นการพูดคุยกันครั้งแรก ให้เห็นถึงอีกมุมของคนที่ก้าวเข้ามาเป็นแกนนำในการต่อต้านบ่อขยะอุตสาหกรรมที่มาตั้งอยู่ไม่ห่างจากบ้านของเขา “หากพวกผมคนกรอกสมบูรณ์ไม่ทำแล้วใครจะทำ”

หากว่ากันตามจริง “กรอกสมบูรณ์” ซึ่งอยู่ต่างอำเภอและต่างตำบล ไม่น่าจะลุกขึ้นมาต่อต้าน แต่หากดูจากแผนที่แล้ว ที่ตั้งของบ่อกำจัดขยะอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ที่บ้านหนองตลาด ตำบลลาดตะเคียน อยู่ห่างจากตลาดกรอกสมบูรณ์เพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น และราวช่วงปลายของเดือนกันยายน ปี 2562 เป็นช่วงแรกที่บริษัทปรับปรุงบ่อขยะโดยการนำผ้าใบมาคลุมเพื่อป้องกันกลิ่น แต่สิ่งที่เห็นและพอเข้าใจว่าทำไมตำบลที่อยู่ไกลออกไปอย่าง ตำบลเขาไม้แก้ว ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ก็เพราะปลายฝนอย่างนี้ กลับมีน้ำซึมออกมาจากบ่อขยะออกมาจากร่องในสวนก่อนจะรวมกันเป็นลำคลองไหลผ่านตำบลเขาไม้แก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ “ผลิตพืชผักอินทรีย์”

“ผักอินทรีย์กับสารเคมีมันอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอกครับ เพราะมาตรฐานอินทรีย์ค้ำคอเนื่องจากเป็นรายได้หลักของคนทั้งตำบล เลยทำให้ทั้งเขาไม้แก้ว ลาดตะเคียน และ กรอกสมบูรณ์ ต่างต้องออกมาร้องส่งเสียงถึงบริษัทรับจัดการกากอุตสาหกรรมแห่งนี้”

พูดคุยกับชาวบ้านทั้งสามตำบลในระหว่างรอสุเมธ เข้าไปไต่สวนในศาล ชาวบ้านที่อยู่บ้านหนองตลาดต่างยืนยัน “ฉันไม่เอาขยะพิษ ที่หมู่บ้านตอนนี้น้ำที่ไหลออกจากบ่อขยะไหลเข้าที่นา จนตอนนี้ปลูกข้าวไม่ได้ เพราะข้าวโตมาระยะหนึ่งก็เหี่ยวเฉาแห้งตาย”

ส่วนคนที่มาจากบ้านกรอกสมบูรณ์ ซึ่งไม่ห่างกันมากนักยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่เอา น้ำประปาที่เธออาบตอนนี้ไม่เหมือนเดิม มันมีอาการคันหลังอาบน้ำ และ นอกจากนั้นในบางวันกลิ่นมันตลบอบอวลอยู่ภายในบ้านจนมีอาการวิงเวียน พร้อมบอกว่า น้ำจากบ้านหนองตลาดมีทิศทางการไหลมาที่คลองที่ผลิตประปา จนตอนนี้หลายคนในชุมชนต้องเลิกใช้น้ำประปาแล้วหันมาซื้อน้ำจากภายนอกมาใช้

ส่วนจากเขาไม้แก้วนอกเหนือจากความกังวลในเรื่องสารเคมีปะปน ยังให้ข้อมูลว่าน้ำจากบ่อขยะอาจปะปนเข้าไปในฟาร์มเลี้ยงหมูที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งก็ไม่มีใครกล้าพิสูจน์ ในขณะเดียวกับที่เขาให้หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมมาตรวจคุณภาพน้ำ จนข้ามปีแล้วผลยังไม่ตกมาถึงมือชาวบ้าน ว่ามีสารพิษหรืออะไรปะปนหรือไม่…เสียงเล็ก ๆ ที่ดังออกมาพร้อมสายตาที่มุ่งมั่น

“ถ้าสุเมธถูกฟ้องและไม่สามารถออกมาเรียกร้องให้พวกเราได้จะทำอย่างไร ?” หนึ่งคำถามยิงออกไปให้กับชาวบ้านที่เฝ้ารอ

“ถึงสุเมธออกมาไม่ได้พวกเราก็ไม่หยุดส่งเสียง ยังคงจะเรียกร้องเป็นแถวที่สอง แถวที่สามต่อไป” เสียงแทรกออกมาอย่างมุ่งมั่นและไม่ลังเล “เราไม่ใช่แค่ขอให้เขาหยุดฟ้องชาวบ้าน แต่เราจะขอให้เขาย้ายออกไปจากพื้นที่”

“กลัวไหม ?” คำถามสั้น ๆ ถูกส่งต่อไปยังกลุ่มผู้มาให้กำลังใจอีกครั้ง

“ถ้าฉันกลัวฉันก็ตาย และ ถ้าฉันไม่กลัวฉันก็ตายเหมือนกัน ยังไงเมื่อมันจะตายฉันขอสู้เพื่อตัวเอง เพื่อเพื่อนพ้อง”

สุเมธ เหรียญพงษ์นาม ออกมาจากศาลหลังพิจารณาคดี

กล่าวจบไม่นานสุเมธก็เดินออกมาจากศาล พร้อมรอยยิ้มน้อย ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้น ก่อนจะเผยเรื่องราวที่ศาลมีการไต่สวนมาว่า แนวโน้มค่อนข้างดี ทางทนายฝั่งตรงข้ามขอแค่เอาถ้อยคำว่า ‘ขยะพิษ’ ที่ทำให้บริษัทเสียหายออกภายในสามวัน แต่ไม่ขัดขวางการประท้วงของชาวบ้าน และ พร้อมจะถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่ “สุเมธ เหรียญพงษ์นาม” เป็นผู้ต้องหา ขณะเดียวกันกระบวนการแก้ไขปัญหาขอให้เป็นคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบไปด้วยส่วนราชการ บริษัท และ ชุมชน ร่วมกันพิจารณาหาทางออกในครั้งนี้

รอยยิ้มจึงก่อเกิด ทั้งสุเมธ และ ผู้ที่มาเฝ้ารอ “เราต้องเดินไปด้วยกัน และ ไม่ปล่อยใครทิ้งเอาไว้ข้างหลัง” นี่คืออีกเสียงเล็ก ๆ ของประชาชนที่แม้แผ่วเบา แต่ก็ก้องกังวานในใจของผู้คน


บทความโดย รุ่งโรจน์ เปรมจิราพงษ์ / Backpack Journalist

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *