สมัชชาประชาชนใต้ ลั่น! เตรียมบุกกรุงฯ หลัง ‘เขื่อนเหมืองตะกั่ว’ ไร้คำตอบจากนายกฯ ขณะองคมนตรีลงพื้นที่หนุนโครงการฯ

สมัชชาประชาชนใต้ ลั่น! เตรียมบุกกรุงฯ หลัง ‘เขื่อนเหมืองตะกั่ว’ ไร้คำตอบจากนายกฯ ขณะองคมนตรีลงพื้นที่หนุนโครงการฯ

กรุงเทพมหานคร, 30 สิงหาคม 2563 – สืบเนื่องจากการปักหลักของชาวบ้านเหมืองตะกั่ว ในนามกลุ่มรักษ์โตนสะตอ จ.พัทลุง เรียกร้องให้มีการยกเลิกเขื่อนเหมืองตะกั่ว อ.ป่าบอน จ.พัทลุงที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ตลอดจนได้เดินทางยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง อาทิ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2564 สภาผู้แทนราษฏร โดยได้เรียกร้องให้กรรมาธิการพิจารณางบประมาณสภาผู้แทนราษฎรไม่อนุมัติงบประมาณก่อสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว จ.พัทลุง, สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. เพื่อเรียกร้องให้เร่งดำเนินการตรวจสอบความเท็จในรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นของกรมชลประทาน ต่อมาวันที่ 26 ส.ค. ได้มีการเข้าพบผู้แทนราษฏร ที่มีบทบาทเป็น กมธ.พิจารณางบประมาณฯ ปี 2564 สองพรรค คือ พรรคประชาธิปปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย บ่ายวันเดียวกัน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นวันที่ 27 ส.ค. ได้มีการประชุมหน่วยงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อโครงการดังกล่าว เรียกว่า วงเจรจา 4 ฝ่าย ประกอบด้วย กลุ่มชาวบ้านเหมืองตะกั่ว กรมชลประทาน กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ และ ตัวแทนจาก กปร. โดยที่ประชุมมีมติร่วมกันเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามให้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีโครงการอ่างเก็บน้ำเขื่อนเหมืองตะกั่วฯ ภายในวันที่ 29 ส.ค.

การประชุม วงเจรจา 4 ฝ่าย ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคาร สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 63

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 28 ส.ค. พล.อ. กัมปนาท รุดดิษฐ์ และพล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสารท องคมนตรี นำคณะมาติดตามการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดพัทลุง โดย พล.อ.กัมปนาท ได้ระบุว่า การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว ต.หนองธง อ.ป่าบอน  เป็นโครงการพระราชดำริที่รัฐกาลที่ 9 ทรงรับไว้ในปี พ.ศ.2548 ตามความต้องการของประชาชนที่มิใช่ความต้องการของหน่วยงานรัฐ ทั้งนี้ เพื่อต้องการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ จ.พัทลุง และการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งอย่างยั่งยืน มั่นคง หากก่อสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าวขึ้นก็จะสามารถผันน้ำลงไปในอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน และคลองหัวช้างได้ และคงไม่สามารถน้ำน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนไปใช้ในพื้นที่ ต.หนองธง อ.ป่าบอน ได้ เนื่องจากพื้นที่ ต.หนองธงมีพื้นที่สูงกว่าอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน จึงขอให้ทุกคนมีใจหนักแน่น ยืนยันในสิ่งที่ต้องการ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของทุก ๆ คน

อ่านข่าวเพิ่มเติม องคมนตรีลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว ในพื้นที่ จ.พัทลุง

ด้านนายวรา จันทร์มณี นักวิชาการอิสระด้านการมีส่วนร่วม ได้โพสเฟสบุ๊กส่วนตัว โดยมีประเด็นสำคัญต่อกรณีคำกล่าวของ พล.อ.กัมปนาท องคมนตรี ว่า ฟังรายงานด้านเดียวจากกรมชลประทานเพื่อผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ต่อมา เวลา 13.00 น. วันที่ 29 ส.ค. กลุ่มรักษ์โตนสะตอ จ.พัทลุง ซึ่งเดิมปักหลักอยู่ที่บริเวณหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เคลื่อนขบวนด้วยการเดินเท้าไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อรอฟังคำตอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการลงนาม การดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีโครงการอ่างเก็บน้ำเขื่อนเหมืองตะกั่วฯ ตามที่ได้มีข้อเสนอในการประชุมเจรจา 4 ฝ่าย ก่อนหน้านั้น

นายอภิเชษฐ์ เหล็มสะ เป็นตัวแทนกลุ่มรักษ์โตนสะตอ ได้ถ่ายทอดสดแถลงการณ์ความคืบหน้าดังกล่าว ผ่าน เพจ เขียนอนาคตประเทศไทย โดยได้กล่าวว่า วันนี้พวกตนได้มาติดตามการลงนามของนายกรัฐมนตรี ในหนังสือที่ได้มีข้อตกลงร่วมกันกับหน่วยงานของรัฐ ที่จะยกเลิกเขื่อนเหมืองตะกั่ว ซึ่งได้มารออยู่เป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ

“หากวันนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชาวบ้านเหมืองตะกั่วและกลุ่มรักษ์โตนสะตอ ก็จะมาปักหลักอยู่บริเวณหน้าประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล ในวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. นี้ เวลา 09.00 น. เพื่อจะติดตามผลอีกครั้ง” นายอภิเชษฐ์ กล่าว

เป็นเหตุให้เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันนี้ (30 ส.ค.) เครือข่ายสมัชชาประชาชนภาคใต้ ได้ออกแถลงการณ์ ร่วมปกป้องป่าต้นน้ำภาคใต้ และร่วมหยุด เขื่อนเหมืองตะกั่วกับชาวพัทลุง โดยมีเนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า แนวคิดการจัดการน้ำด้วยการสร้างเขื่อน กลายเป็นสิ่งล้าหลังไปแล้วในยุคปัจจุบัน ความพยายามของกรมชลประทานที่จะสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว และเขื่อนอื่นๆอีกจำนวนมากในพื้นที่ภาคใต้ จึงไม่ใช่ความต้องการทีจะแก้ไขปัญหาของประชาชนจากภัยแล้งหรือน้ำท่วมอย่างที่เคยอ้างมาแต่อดีต เพราะการแก้ปัญหาดังกล่าวนั้นได้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าสามารถกระทำได้เองโดยชุมชน ดังที่ปรากฏรูปธรรมให้เห็นแล้วในหลายพื้นที่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมากจนเกินจำเป็น

การสร้างเขื่อน ไม่เพียงแค่เป็นความคิดเก่า แต่ยังเป็นต้นธารผลประโยชน์อันมหาศาลของกรมชลประทานที่เอื้อประโยชน์ระหว่างกันอย่างเป็นระบบ ทั้งฝ่ายการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มทุน ผู้บุกรุกผืนป่า และกลุ่มการเมืองและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น กรณีเขื่อนเหมืองตะกั่ว เป็นภาพสะท้อนของขบวนการเหล่านี้ได้ชัดเจนที่สุด ดังเช่น

  1. การสมรู้ร่วมคิดของเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน กับกลุ่มผู้บุกรุกผืนป่าต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด (ทั้งเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า และป่าสงวนแห่งชาติ) ที่มีการสร้างกลไกรับรองคนเหล่านี้กว่า 100 ราย รวมเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่กว่า 80% คือคนนอกพื้นที่
  2. เครือข่ายผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ มีการคุกคาม ข่มขู่ชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการสร้างเขื่อนหลายครั้ง ถึงขั้นยิงกราดใส่บ้านแกนนำมาแล้ว แต่ไม่สามารถเอาผิดอะไรได้ และยังกระทำเช่นนั้นมาจนถึงปัจจุบัน
  3. กรมชลประทานได้อาศัยช่องทางของสำนักงานกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. เพื่อให้โครงการนี้ได้รับสิทธิพิเศษบางอย่าง อย่างเช่นไม่ต้องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก่อนก่อสร้างโครงการ และชื่อนี้ทำให้ประชาชนไม่กล้าออกมาแสดงความเห็นขัดแย้ง

ดังนั้นการที่พี่น้องชาวเหมืองตะกั่ว จังหวัดพัทลุงออกมาทักท้วงโครงการดังกล่าว ถือเป็นความกล้าหาญอย่างยิ่งที่จะคัดง้างกับอำนาจทั้งในและนอกระบบของฝ่ายที่ต้องการสร้างเขื่อน เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งความถูกต้องและปกป้องฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันเป็นผืนป่าต้นน้ำของชุมชนท้องถิ่น ไม่ให้ถูกทำลายอีกต่อไป

ในนามเครือข่ายสมัชชาประชาชนภาคใต้ ซึ่งมีสมาชิกอยู่ทั่วทุกจังหวัดภาคใต้ เราเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแสดงออก เพื่อการปกป้องป่าต้นน้ำแหล่งสำคัญของเทือกเขาบรรทัด และของภาคใต้ในครั้งนี้ พร้อมกันนี้เราขอประกาศสนับสนุนข้อเรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาล “ยุติโครงการเขื่อนเหมือนตะกั่ว” ดังเหตุผลที่ชาวจังหวัดพัทลุงได้ยื่นเสนอไปแล้ว และหากข้อเรียกร้องของพี่น้องชาวพัทลุงไม่บรรลุผลดังกล่าว พวกเราจะประสานให้เครือข่าย ภาคีของเครือข่ายสมัชชาประชาชนภาคใต้เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมเพื่อสมทบกับพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุงที่หน้าทำเนียบรัฐบาลต่อไป พร้อมกันนี้เราขอประกาศเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนทั่วไปที่ทนไม่ได้กับความไม่ชอบธรรมดังกล่าว โปรดออกมาแสดงออกร่วมกับพวกเราในครั้งนี้พร้อมกัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *