“ทุกสิ่งกำลังโชติช่วงชัชวาลในฐานของ EEC” ขณะที่อนาคตของประมงชายฝั่งริบหรี่ลงทุกที…

“ทุกสิ่งกำลังโชติช่วงชัชวาลในฐานของ EEC” ขณะที่อนาคตของประมงชายฝั่งริบหรี่ลงทุกที…

เปิดมาด้วยภาพพานอรามาของพื้นที่ทะเลที่อ่าวอุดมหลายคนอาจมีคำถาม ไหนเรือเล็กของคุณ ? หากขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นมันก็ปะปนไปกับเรือใหญ่ที่จอดเรียงรายอยู่ในท่าเรือ ซึ่งเฉพาะบริเวณนี้มีท่าเรือถึง 7 แห่ง และแท่นขุดเจาะน้ำมันอีกถึง 3 แห่ง ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์หรือไม่ หากไม่ฟังความด้านเดียวจะเห็นได้ว่าเรามีพร้อมสรรพ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

แต่การเข้าถึงทรัพยากรของเราไม่เคยเท่ากัน มันเป็นที่มาของถ้อยคำง่าย ๆ ที่เรียกว่า “ความเหลื่อมล้ำ” และ ต้นสายปลายเหตุใหญ่ของพื้นที่ตรงนี้ คนที่นี่ชี้ไปที่ “ระบบรัฐราชการ”

เดี๋ยว! ที่นี่คือท่าเรือนะ ราชการไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง น่าจะเป็นเอกชนหรือเปล่า ?

สารพัดคำถามอาจประเดประดังเข้ามา แต่คำตอบของคนที่นี่ยังคงยืนยันว่า เป็นในส่วนของรัฐราชการ ย้ำ ๆ รัว ๆ

เหตุหลักมาตั้งแต่การเขียนแผนพัฒนา ราวกับว่าคนในพื้นที่ไม่มีตัวตน โดยพื้นที่เก่าแก่เป็นพื้นที่เกษตรและประมง เช่นเดียวกับทั้งที่บางบ่อสมุทรปราการ บางปะกง ฉะเชิงเทรา บางทรายชลบุรี ศรีราชา อ่าวอุดม แหลมฉบัง บางละมุง ก่อนจะมุ่งไปถึงสัตหีบ มาบตาพุดในจังหวัดระยอง พื้นที่เหล่านี้ล้วนถูกจับจองด้วยแผนงานและกระบวนการทางผังเมืองโดย “รัฐ” แต่หากถามว่ามีส่วนร่วมไหม แอบถอนหายใจเบา ๆ EEC นี่ก็ไม่ต่างจากโครงการพัฒนาอื่น ๆ ที่คนที่อยู่บนหอคอยงาช้างขีดเส้นและทำแผนพัฒนา โดยที่ไม่เคยรู้ว่า ยังมีคนตัวเล็ก ๆ ยังคงหากินและอยู่อาศัยในพื้นที่ที่เขาเคยทำกินมาหลายชั่วรุ่น

ท่าเรืออุตสาหกรรมในพื้นที่อ่าวอุดม

หากจะบอกว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ของรัฐ หน่วยงานรัฐควรมีสิทธิ์ในการเวนคืน การทำมาหากินของชาวบ้านมีมาก่อนกฎหมายที่ดินประกาศใช้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และต่อให้จับจองหรือออกเป็นโฉนดได้ “กฤษฎีกาเวนคืน” ยังเป็นกฎหมายสูงสุดที่ผลักให้คนตัวเล็ก ๆ กลายเป็น “ผู้แพ้” ในกระแสการพัฒนาได้อยู่ดี

ภาพพานอรามามุมกว้าง ผมถ่ายจากเชิงเขาใกล้กับท่าเรือเคซีมารีน ในภาพมันมีความย้อนแย้ง และความพยายามปรับตัวเพื่อให้เข้ากับ “การพัฒนาของ EEC” โดยเฉพาะในพื้นที่ของอ่าวอุดมที่ต้องเติบโตไปพร้อมกับ “อุตสาหกรรมปิโตรเคมี”

ภาพเรือบรรทุกน้ำมันในฉากด้านหลังสลับกับเครนยกตู้คอนเทนเนอร์ แต่ด้านหน้าของภาพกลับเป็น “แพเลี้ยงหอย” ที่ลอยอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้กับฝั่งมากกว่าซึ่งหากเราขยายดูก็จะเห็นถังจำนวนมากมายเรียงรายอยู่บนผิวทะเล

เรือประมงลำน้อย แล่นลอยไปตามผิวน้ำซอกแซกตามสิ่งปลูกสร้างคือท่าเรือไปเรื่อย มันเป็นสิ่งที่พวกเขาพอทำได้ ณ ที่นี่ และ เวลาตรงนี้เท่านั้น ถึงแม้ว่าจะมีการเจรจา การช่วยเหลือกัน แต่มันก็เป็นเรื่องของชุมชน และ เอกชนที่ต่างคนต่างเกื้อหนุนกัน มีผลกระทบบ้างหรือไม่ การพัฒนาขนาดใหญ่ขนาดนี้ถึงอย่างไรก็มีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ต่างฝ่ายต่างประนีประนอมกัน ซึ่งหน่วยงานรัฐเองกลายเป็นผู้ถูกอุ้มหายในสายตาของคนในชุมชน เพราะนอกจากกำหนดนโยบายแล้วก็ยังไม่เคยลงมาเหลียวแล

บริเวณท่าเรือในพื้นที่อ่าวอุดม

สิ่งหนึ่งที่หน่วยงานรัฐทำ ทำให้ชุมชนและเอกชนที่อยู่พื้นที่ตรงนี้ต้องส่ายหน้า ก็คือการกำหนดมาซึ่งแผนการพัฒนาพื้นที่ EEC ก่อนจะประกาศบังคับใช้โดยที่พวกเขาไม่มีส่วนร่วม จนถึงขั้นว่าการทำ EIA หลายครั้งต้องตามคนจากพื้นที่อื่น มาร่วมทำประชาคม

แน่นอน ไม่ใช่เพียงแต่ในพื้นที่ตรงนี้ หลาย ๆ พื้นที่ หน่วยงานรัฐเองก็เป็นเหมือน “นายหน้าค้าการพัฒนา”

มันจึงเป็นการพัฒนาที่มองไม่เห็นการพัฒนาในชีวิตจริง เมื่อชาวประมงถูกเบียดออกจากพื้นที่ทำกินออกไปเรื่อย ๆ จากแผนการถมทะเล ทั้งที่อ่าวอุดม แหลมฉบัง และ มาบตาพุด ซึ่งเสียงนี้ถูกส่งมาหลังจากผมกลับมาจากอ่าวอุดมเพียงแค่วันเดียว นั่นหมายความว่า อนาคตอาชีพประมงพื้นบ้านอาจถูกจารึกไว้ในอนาคตว่า “เคยมี”

เพราะปัจจุบันแหล่งทำกินในทะเลของประมงพื้นบ้าน ตอนนี้ถูกเบียดจนเหลือเป็นเพียงแอ่งเล็ก ๆ จนถึงขั้นต้องแย่งชิง ความขัดแย้งต่อชุมชนเริ่มบานปลายจากการไม่มีส่วนร่วมในสิ่งที่เรียกว่า “การพัฒนา”

เรือเล็กเริ่มจอดร้าง ชาวประมงหลายคนอดรนทนไม่ได้จากการไร้ที่ทำกิน ในขณะที่ความหลากหลายทางทรัพยากรถูกทำลายลงไปอย่างรวดเร็ว…แต่หลายคนยังคงกัดฟันอดทนและยังอยู่กับความหวัง

“ขอแค่เศษเสี้ยวของการพัฒนาและโอกาสให้เราได้ออกทะเล” นริศ สามกิจ กล่าวไว้ที่บ้านบางละมุง

“เราเคยถูกไล่รื้อจากการสร้างท่าเรือแหลมฉบังเฟส 1 มาแล้ว จนมาตั้งถิ่นฐานตรงนี้ ใครพอมีก็ซื้อที่ดิน ใครไม่มีก็เช่าที่วัด แต่สิ่งที่ติดตัวทุกคนมาคืออาชีพประมงซึ่งนับวันจะเหลือน้อยลงทุกที” ประมงพื้นบ้านแห่งบ้านบางละมุงกล่าว

แหลมฉบังเฟส 2 และ 3 กำลังพัฒนา ควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่อ่าวอุดม ซึ่งอนาคตแผนการถมทะเลเพื่อขยายกิจการปิโตรเลียมและท่าเรือกำลังถูกวางเป็นแผนไว้อย่างเป็นระบบ “ทุกสิ่งกำลังโชติช่วงชัชวาลในฐานของ EEC” ขณะที่อนาคตของประมงชายฝั่งริบหรี่ลงทุกที

ยามอาทิตย์อัสดง ณ อ่าวอุดม

“อยากจะออกไปแตะขอบฟ้าแต่เหมือนว่าโชคชะตาไม่เข้าใจ มองไปไม่มีหนทาง ชีวิตฉันต้องล่มลงใช่ไหม ?” เพลงจากบอดี้แสลม วงร๊อคในยุค 2000 กระทบเข้าโสตประสาทพร้อมกับสมองตัดสินการณ์นี้โดยทันที

“ใช่ ถ้าตราบใดที่การพัฒนาไม่รับฟังเสียงคนตัวเล็ก ๆ หลายครอบครัวก็อาจต้องล่มสลายจากกระแสการพัฒนาในครั้งนี้ อย่างไม่มีทางเลือก”

อ่านเพิ่มเติม ไม่มีการพัฒนาใดที่ไม่มีต้นทุนในการใช้จ่าย ประมงชายฝั่งใน EEC ก็เช่นกัน


บทความโดย รุ่งโรจน์ เปรมจิราพงษ์ / Backpack Journalist

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *