ไม่มีการพัฒนาใดที่ไม่มีต้นทุนในการใช้จ่าย ประมงชายฝั่งใน EEC ก็เช่นกัน

ไม่มีการพัฒนาใดที่ไม่มีต้นทุนในการใช้จ่าย ประมงชายฝั่งใน EEC ก็เช่นกัน

เป็นครั้งที่สองที่ลงเรือไปหาปูม้าหลังจากลงครั้งแรกเมื่อราวสามปีก่อนที่ต้องลากสังขารฝ่าคลื่นลมที่โยกตัวสูงกว่าหนึ่งเมตรออกทะเลไปตอนตีสาม ครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่สบายและง่ายขึ้นกว่าเดิม เมื่อพื้นที่ตรงนี้มีเกาะใหญ่อย่าง “เกาะสีชัง” เป็นกำแพงกั้นคลื่นชั้นดี

เรือประมงพื้นบ้านในอ่าวอุดม เบื้องหน้าคือท่อน้ำมัน

ตรงนี้เป็น “ทำเลทองของสินทรัพย์ในทะเลที่เก็บเกี่ยวกันอย่างไม่รู้จบ” อมรศักดิ์ ปัญญาเจริญศรี กลุ่มประมงพื้นบ้านอ่าวอุดมกล่าว

ก่อนจะเล่าต่อไปว่า “อ่าวอุดม” เป็นชื่อพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเอาไว้บอกเล่าถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ตรงนี้ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน ก่อนจะเปลี่ยนแปลงในปี พ.ศ.2502 หลังการมาตั้งของคลังน้ำมัน “ไทยออยด์” ซึ่งให้ข้อมูลโดย “อาทิตย์ ศรีปาน” ประธานชมรมประมงพื้นบ้านอ่าวอุดมว่า เดิมเป็นเพียงแต่คลังน้ำมันเล็ก ๆ เมื่อครั้งลืมตาขึ้นมามันก็อยู่คู่กับชุมชนตรงนี้มานานมากแล้วก่อนจะขยายคลุมครอบไปเกือบทั้งหมู่บ้าน และมีบริษัทอื่น อย่าง เอสโซ่ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ตามมาทีหลัง

อมรศักดิ์ ปัญญาเจริญศรี กลุ่มประมงพื้นบ้านอ่าวอุดม

มีข้อพิพาทกันบ้างหรือไม่ ก็มีตามประสาลิ้นกับฟัน แต่มันเป็นเรื่องที่ชุมชน “รับได้” เพราะมีเรื่องมากมายบอกถึงว่าคนที่นี่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงและต่างฝ่ายต่างปรับตัวเข้าหากัน “สะพานท่าเรือ” แต่ละแห่งมีรถราวิ่งขวักไขว่ มีท่อลำเลียงน้ำมันที่ลำเลียงจากเรือเข้าสู่คลังน้ำมันมากมาย แต่สิ่งก่อสร้างเหล่านี้เมื่อสร้างขึ้นแล้ว กลับเว้นว่างสร้างไว้เพื่อให้ “เรือเล็ก” อย่างประมงพื้นบ้านลอดได้เพื่อออกไปหากิน ความขัดแย้งจึงเบาบาง แต่ไม่ใช่ไม่มี ก็คงมีบ้างเป็นระยะ ๆ

อย่างปี พ.ศ.2542 เกิดไฟไหม้ที่คลังน้ำมันของไทยออยด์ ส่งกลิ่นและมลพิษปะปน แต่ก็มีการเร่งปรับปรุงแก้ไข หรือ ที่ผ่านมาไม่นานมีการปนเปื้อนของน้ำทิ้งที่ระบายจากโรงผลิตน้ำมันเครื่องลงสู่ทะเล ซึ่งน่าจะเป็นข้อพิพาทที่รุนแรงจนเป็นข้อขัดแย้งกับชุมชน และได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นเช่นกัน “ทุนก็ยังคงเป็นทุนอยู่เช่นเดิม” เรื่องนี้ทุกคนเข้าใจและเฝ้าระวัง

อมรศักดิ์ เล่าต่อไปอีกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบบ้านพวกเขาทุกฝ่ายต่างยอมรับว่ามันมี แต่ทุกฝ่ายพยายามให้มันมีให้น้อยที่สุด และต้องการันตีถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค ทำให้ทุกหกเดือนจะมีการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงอยู่ในสภาพที่ยังคง “รับได้” แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มี

ขณะที่ เอกชนยังค่อนข้างจะคุยได้ง่ายกว่า แต่กับหน่วยงานรัฐเองจะบอกว่าเคร่งครัดในกฎหมายก็ดูไม่เข้าที บางอย่างดูเอื้อให้กับทุนใหม่ ๆ ที่ไม่แน่ใจว่าจะรับผิดชอบกับชุมชนที่เป็นส่วนหนึ่งและมาก่อนอุตสาหกรรมพวกนี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะการบังคับใช้ผังเมืองใหม่เพื่อใช้กับ EEC

“เอกชนยังให้ความร่วมมือ มีอะไรเขาพูดคุย แต่ราชการเองกลับปิดหูปิดตา ตอนประชาพิจารณ์คนในพื้นที่จะมาร่วมรับรู้ มาร่วมออกแบบ มันกลายเป็นเรื่องยาก อย่างพื้นที่บ้านผมการมีส่วนร่วมนี่คนในพื้นที่แทบจะไม่มีส่วนรู้เห็น รู้มาอีกทีก็ประชาคมไปเสียแล้วจาก “ผู้คนที่ไม่คุ้นหน้า” อาทิตย์ ศรีปาน ประธานชมรมประมงพื้นบ้านอ่าวอุดมกล่าว ก่อนหายใจยาว ๆ และบ่นถึงประโยคก่อนสุดท้ายเอาไว้ให้คิด

อาทิตย์ ศรีปาน ประธานชมรมประมงพื้นบ้านอ่าวอุดม

“คนในภาคตะวันออกโดนกันเกือบหมดเรื่องผัง EEC ตั้งแต่สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี บ้านของผมอ่าวอุดม แหลมฉบังที่มีการสร้างท่าเรือ ยาวไปถึงจังหวัดระยอง” ก่อนปิดท้ายด้วย

“อ่าวอุดมยังโชคดีที่เรายังพอออกทะเลได้ ไม่อย่างนั้นวิถีชีวิต รายได้อะไรต่าง ๆ คงสูญหาย แต่แหลมฉบังบ้านเพื่อนผมโชคร้าย พอรัฐมีแผนเดินหน้าขึ้นมา ชาวประมงพื้นบ้านอย่างพวกผมกลับไม่มีความมั่นคง”

การสนทนาช่วงเช้าจบลงอย่างกระชับ เหตุด้วยผมลืมเอาสายไมค์ที่จะใช้ในการสัมภาษณ์ไว้ที่ห้องพัก ประกอบกับแสงแดดเริ่มไม่เป็นใจ จึงขอพักไว้และเริ่มพูดคุยกันใหม่ในตอนเย็น ก่อนกลับสิ่งที่ครุ่นคิดก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว “ไม่มีการพัฒนาใดที่ไม่มีต้นทุนในการใช้จ่าย ประมงชายฝั่งใน EEC ก็เช่นกัน”


บทความโดย รุ่งโรจน์ เปรมจิราพงษ์ / Backpack Journalist

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *