“แค่เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ ก็ถมเถสำหรับการดำรงชีวิต” – วรา จันทร์มณี

“แค่เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ ก็ถมเถสำหรับการดำรงชีวิต” – วรา จันทร์มณี

เราเคยตั้งคำถามหรือไม่ว่า ทำไมต้องยืนเคารพธงชาติ ธงชาติคืออะไร ชาติหมายถึงอะไร?

ธงชาติในสัญญะ ความหมายของผู้ปกครอง คือ 3 สถาบัน ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผู้ปกครองหล่อหลอมกล่อมเกลาให้เรายืนเคารพธงชาติ หรือเชื่อในความเป็นหนึ่งแบบรวมศูนย์ชาตินิยม โดยไม่มีการตั้งคำถามมาเกือบ 100 ปีแล้ว

ภาพจาก TNEWS

ก่อนหน้าเราจะเคารพธงชาติ ประชาชนก็ถูกกล่อมเกลาให้มีค่านิยมรักชาติแบบรวมศูนย์มาอย่างต่อเนื่อง จะเข้มข้นที่สุดช่วงหนึ่งก็สมัยรัชกาลที่ 5 กรมพระยาดำรงราชานุภาพ หลวงวิจิตรวาทการ แต่เมื่อพูดถึงการเคารพธงชาติ ก็เกิดมาจากลัทธิชาตินิยมสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยรัฐบาลได้โฆษณาผ่านวิทยุกระจายเสียงในรายการสนทนาระหว่างนายมั่น ชูชาติ กับ นายคง รักไทย (ชื่อสมมุติเพื่อส่งเสริมลัทธิชาตินิยม) ในการออกอากาศวันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2485 นายมั่น นายคง ได้รณรงค์ให้ประชาชนเคารพธงชาติ โดยได้โน้มน้าวให้เห็นความสำคัญของธงชาติว่าเป็นเครื่องหมายของความเป็นชาติ ความเป็นไทย เป็นที่รวมแห่งความศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังเชิญชวนให้ประดับธงชาติในวันสำคัญต่างๆ ด้วย

ดังนั้นนับตั้งแต่ปี 2485 จนถึงปัจจุบันเรามีการเคารพธงชาติมา 78 ปีแล้ว

แต่เมื่อมาตั้งคำถามเกี่ยวกับชาติ ว่าชาติคืออะไร ชาติเป็นของใคร เราก็จะพบกับความเบลอ ๆ แล้วความเป็นชาติไทยเริ่มต้นที่ไหน อย่างน้อยผมคิดว่าต้องสาวมาจากประวัติศาสตร์หลายพันปี ไปจนถึงยุคบ้านเชียง เขายะลา ปากแจ่ม (จ.ตรัง) หรือไกลและใกล้กว่านั้น เพื่อให้เห็นวิวัฒนาการ พัฒนาการอะไรต่าง ๆ ทั้งของคนและสถานที่

ยกตัวอย่างว่าบางท่านคงยังไม่ทราบว่าสุโขทัยเป็นเพียงรัฐเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำยม เมื่อราว 800 ปีก่อน ในยุคก่อนหน้าก็มีละโว้ หริภุญชัย ในยุคใกล้เคียงกันก็มีเวียงกุมกาม และรัฐอื่น ๆ อีกมากมาย เพียงแต่สุโขทัยถูกนักปกครองในสมัยสร้างชาตินำมาอธิบายเชื่อมร้อยกับอยุธยาและรัตนโกสินทร์ (โดยก้าวข้ามธนบุรี) อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน

ก่อนหน้าและหลังสุโขทัยก็มีมาก เช่น ทวารวดี ศรีวิชัย โยนก เชียงแสน ตามพรลิงค์ อิศานปุระ ล้านช้าง ล้านนา ฯลฯ กล่าวเฉพาะล้านนาในยุคหนึ่ง มีอาณาเขตตั้งแต่บริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ไปตลอดจนสิบสองปันนา เช่น เมืองเชียงรุ่ง (จิ่งหง) มณฑลยูนนาน ภาคตะวันออกของพม่า ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน ซึ่งมีเมืองเชียงตุงเป็นเมืองเอก ฝั่งตะวันตกแม่น้ำสาละวิน มีเมืองนายเป็นเมืองเอก และครอบคลุม 8 จังหวัดในปัจจุบัน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน โดยมีเมืองเชียงใหม่เป็นราชธานี

เมื่อพูดถึงประวัติศาสตร์เราต่างทราบว่ารัฐแต่ละรัฐในอดีตมีการช่วงชิงความเป็นใหญ่ กษัตริย์ในแต่ละรัฐต่างช่วงชิงอำนาจ แม้กษัตริย์ในสมัยอยุธยาก็เข่นฆ่ากันเองหลายคน กษัตริย์ธนบุรีที่เคยกู้ชาติท้ายที่สุดก็ถูกสำเร็จโทษ หรือจะลี้ภัยไปเมืองนครศรีธรรมราชตามความเชื่อของบางคนก็ตาม แต่ก็ต้องถูกออกจากราชบัลลังค์ จึงเป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถามมากว่าหากเราจะพูดถึงเรื่องชาติ และการรักชาติ เรากำลังพูดถึงชาติแบบลึกถึงไหน จะเลือกรักชาติตรงไหน รักใคร เรารักพระเจ้าเอกทัศน์เท่ากับพระนเรศวรหรือพระเจ้าตากหรือไม่ เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าในสมัยพระนเรศวร พระเจ้าเอกทัศน์ หรือพระเจ้าตาก ปู่ยาตาทวดเราหลายคนก็ยังไม่เกี่ยวอะไรกับอยุธยาและธนบุรี หรือแม้กระทั่งยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์นะ บรรพบุรุษของบางคนยังอยู่ในจีน ในลาว ในพม่า ในโปรตุเกส ในอินเดีย ฯลฯ เราเพิ่งถูกหล่อหลอมกล่อมเกลา “ให้รู้สึกว่าเกี่ยว” กับชาติไทยเมื่อราวร้อยปีนี่เอง

ภาพจาก นิตยสารศิลปวัฒนธรรม

เมื่อเราพูดถึงคำว่า “บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ ปกบ้านป้องเมืองคุ้มเหย้า” เลยยิ่งมีปัญหา นอกจากคำถามว่าตอนนั้นบรรพบุรุษของมึงกับของกูอยู่ไหน? บรรพบุรุษของมึงกับของกูพวกเดียวกันรึเปล่าวะ? บรรพบุรุษมึงมาเบียดเบียนกดขี่กวาดต้อนข่มขืนบรรพบุรุษกูรึเปล่าวะ? (ฮา)

ยกตัวอย่างก๋ง (ตา) ผมอพยพมาจากจีน ทวด (พ่อของปู่) เป็นนายพรานอยู่แถบเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช ปู่ผมทำสวน สายนี้คงไม่เคยไปรบกับใคร ย่าผมเป็นลูกพี่ลูกน้องกับมารดาพลเอกเปรม (ติณสูลานนท์) แต่มารดาพลเอกเปรมก็ไปสมรสกับข้าราชการชาวสงขลา ส่วนย่าผมและญาติส่วนใหญ่ก็ยังเป็นชาวบ้านชาวสวนอยู่เช่นเดิม ยายผมเป็นแม่ค้าขายข้าวแกง ปู่ย่าตาทวดก็ไม่น่าจะเคยไปสู้รบเข่นฆ่าใคร

ส่วนรุ่นน้องผมอีกคนยุ่งใหญ่ บรรพบุรุษเขาเป็นชาวยอง (เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไตลื้อหรือไทลื้อ) ถูกกวาดต้อนจากเมืองยองมาเป็นคนเชียงรายในปัจจุบัน ตอนเขาเด็ก ๆ ยังถูกล้อเลียนว่าเป็นคนยองอยู่เลย

นอกจากรุ่นน้องผมบรรพบุรุษของหลายคนหลายสัญชาติก็ถูกกวาดต้อนมาเป็นไทยในปัจจุบัน ยังไม่กล่าวถึงบรรพบุรุษของบางคนเป็นนายอากรบ่อนเบี้ย เป็นขุน เป็นหลวง พระ พระยา หรือที่ทำค้าขายเอาเปรียบมาตั้งแต่โบราณ แล้วปู่ย่าทวดเทียดของท่านล่ะ มาจากไหนกันบ้าง? ในอดีตเคยถูกกดขี่เอาเปรียบ เคยเป็นทาส หรือเคยเอาเปรียบชาวบ้านจนรวยหรือเปล่า

นี่กล่าวเฉพาะตัวบุคคลนะ ผมยังไม่ยกตัวอย่างเมือง มณฑล เช่น เมื่อก่อนเมืองนครศรีธรรมราชคือลิกอร์ อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ ถูกหลอมรวมจริง ๆ ก็ต้นรัตนโกสินทร์ และในการหลอมรวมครั้งใหญ่คือสมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มมีระบบราชการ

แน่นอนรัชกาลที่ 5 ในราชวงศ์จักรีท่านมีคุณูปการมาก ท่านต้องการหลอมรวมเพื่อความเป็นปึกแผ่นของบ้านเมือง แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากรมดำรงฯ ไปทำลายความรู้อัตลักษณ์เผาตำรับตำราหนังสือตามหัวเมืองต่าง ๆ ซะวอด

ที่นครศรีธรรมราชเล่ากันว่าเปลวไฟที่เผากองบุด (สมุดข่อย ) สูงท่วมยอดมะพร้าว อาจารย์นิเวส วนคุณากร ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองนครฯ บรรยายถึงบรรยากาศในสมัยล่าหัวเมืองว่า

“ครูขาว นาคเพชร พ่อว่าที่ร้อยตรีชยันต์ นาคเพชร อดีตปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราชเล่าว่า เจ้าเมืองประกาศให้เอามา ชาวบ้านก็เอามาให้ เพราะนึกว่าเจ้าเมืองอยากอ่าน จาเหอ เจ้าเมืองแกเผาฉาด” (เกลี้ยง) ศาสตราจารย์สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ ท่านก็เคยสงสัย พอรู้เรื่องนี้ ท่านก็รำพึง “ถึงว่าไม่เจอในแผ่นดินใหญ่ แต่ไปเจอที่เมืองถลาง (เกาะภูเก็ต) มาก” (อาจารย์นิเวส เล่า)

ทีนี้เมื่อถามว่าชาติไทยคืออะไร ใครตอบผมหน่อย หากดูทางสายเลือดก็หลากหลาย ภาษาก็หลากหลาย ศาสนาวัฒนธรรมก็หลากหลาย ไม่เหมือนกันก็มี คล้าย ๆ กันก็มี

ดังนั้นต้องละเอียด เช่น หากจะอธิบายคำว่าชาติในเชิงพื้นที่ก็ต้องทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ ชาติอาจหมายถึงพื้นที่ที่คนกลุ่มหนึ่งมาอยู่ร่วมกัน เมื่อมาอยู่ร่วมกันก็ต้องกำหนดกติกา อันนี้แหละคือปัญหา ปัญหาคือใครเขียนกติกา

หากในสมัยโบราณไล่มา อาจพูดว่าหากเป็นการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ผู้ชนะ ผู้ปกครอง หรือกษัตริย์ เขียนกติกา จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ยังเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์อยู่ แต่รัชกาลที่ 5 พยายามปรับปรุงอะไรต่าง ๆ ให้เป็นสากล เช่น เลิกทาส สร้างระบบราชการ วางพื้นฐานสาธารณูปโภค จนเปลี่ยนยุคมาสู่การการปกครองระบอบประธิปไตย เปลี่ยนผ่านจาก 2475 มา 2516, 2519, 2535 จนปัจจุบัน

ภาพจาก INNNEWS

ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในกำมือของคณะรัฐประหาร คสช. รัฐบาลปัจจุบันพยายามปลุกความเป็นชาติแบบเดิมที่เบลอ ๆ โดยลืมไปว่าประเทศไม่ได้มีการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เหมือนสมัยก่อน แต่นัยยะของความเป็นชาติเปลี่ยนมาสู่ความหมายของระบอบประชาธิปไตย ที่มีประชาชนหรือผลประโยชน์ของสาธารณะเป็นศูนย์กลาง

หากจะให้บ้านเมืองไปได้ ทุกฝ่ายต้องเข้าใจว่า การอ้างเฉพาะรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่เคลียร์พอที่จะนำมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว เราตอบไม่ได้ว่าอะไรคือ “ความดี” “ความถูกต้อง”

สิ่งที่เคลียร์ชัดเจนที่ควรจะนำมายึดเหนี่ยวเป็นกติการ่วมกันของประเทศคือหลักการ เช่น เสรีภาพ (ความอิสระในการกระทำ โดยไม่ถูกคุกคามจากใคร) เสมอภาค (ความเท่าเทียมกัน การมีสิทธิ์ต่างๆ ที่เหมือนกันโดยไม่มีการเเบ่งแยก) ภราดรภาพ (การมองทุกคนเป็นมนุษย์เหมือนตน ไม่ว่าจะชาติพันธุ์ไหน สีผิวอะไร หรือรสนิยมใด ๆ ก็ตาม)

ดังนั้นการที่เรายืนเคารพธงชาติกันแบบเบลอ ๆ ชนิดที่กูไม่รู้ว่ากูเคารพใคร มันก็เป็นเรื่องตลก หากจะให้มีการเคารพธงชาติในโรงเรียนต่อไป

การที่เด็กนักเรียน 3 นิ้วนั้นถูกแล้ว เพราะนั่นคือสัญญะของการอยู่ร่วมกัน อย่างเคารพเสรีภาพ มีความเสมอภาค และมีความเมตตาปราณีต่อกันดั่งพี่น้อง (ภราดรภาพ) แต่ผมคิดว่าในยุคสมัยปัจจุบันการยืนตากแดดเคารพธงชาติมันล้าสมัยไปแล้วด้วยซ้ำ เราน่าจะมีวิธีการสื่อสารแบบใหม่ ที่ไม่ต้องให้ลูกหลานกระหืดกระหอบเหงื่อไหลไคลย้อย ต้องมาถอนหญ้าเก็บขยะในช่วงเช้าที่ควรจะไปเรียนหนังสือในที่ร่ม ๆ หรือมาดูครูบางคนโชว์พาวแสดงอำนาจหน้าเสาธง

ภาพจาก KengNEWS

สุดท้าย ผมขอบอกพวกผู้ใหญ่ที่พยายามป้ายสีเด็กในการที่เด็กเถียงไปว่า “ก็ครูได้ค่าสอน หนูจ่ายค่าเล่าเรียน” เป็นเพราะเขาถูกครูโง่ ๆ บ้าอำนาจบางคนกดขี่ และเขามีสิทธิปกป้องตัวเอง ยุคนี้ไม่ใช่ยุคทาส

และขอสรุปกลับมาที่คำว่าชาติอีกครั้ง บรรพบุรุษของผมส่วนหนึ่งมาจากต่างประเทศและเป็นคนชั้นล่างเหมือนบรรพบุรุษของคนส่วนใหญ่ และในปัจจุบันเราส่วนมากก็ถูกกดขี่จากโครงสร้างทางสังคมที่ไม่เป็นธรรมเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ อย่าปล่อยให้ใครเอาคำว่าชาติ รักชาติ มาหลอกเราอีกต่อไป คำว่าชาติถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้ผู้มีอำนาจหรือพวกที่ได้ประโยชน์เท่านั้น สำหรับประชาชนส่วนใหญ่เราต้องการแค่เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ ก็ถมเถสำหรับการดำรงชีวิต


บทความโดย วรา จันทร์มณี / นักวิชาการอิสระ และ  เลขาธิการชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *