ประสิทธิ์ชัย ลาออก! กมธ.วิสามัญพิจารณาและศึกษา’คลองไทย’ เหตุกลไกไม่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชน

ประสิทธิ์ชัย ลาออก! กมธ.วิสามัญพิจารณาและศึกษา’คลองไทย’ เหตุกลไกไม่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชน

กรุงเทพมหานคร, 28 กรกฏาคม 2563 – นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร ร่อนจดหมายเปิดผนึกขอลาออกจากตำแหน่งโฆษกคณะกรรมมาธิการวิสามัญฯ ด้วย 6 เหตุผล ที่ตนเห็นว่าไม่เอื้อต่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ พร้อมทั้งวิพากย์ถึงความไม่เป็นกลางในการศึกษาโครงการฯ เนื่องจากใช้คนส่วนใหญ่ที่มีแนวโน้มสนุนสนุนให้เกิดการบรรลุถึงวัตถุประสงค์ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา มาเป็นกรรมาธิการฯ โดยได้ระบุเป็นข้อ ๆ ดังนี้

  1. กระบวนการพัฒนาของประเทศได้ดำเนินการบนเส้นทางการพัฒนาด้วยเมกกะโปรเจคส์มานานหลายสิบปี วิถีทางการพัฒนาเช่นนี้เป็นประโยชน์สำหรับคนมีอำนาจและกลุ่มทุนด้วยการอ้างผลประโยชน์ประชาชน แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก่อเกิดความเหลื่อมล้ำเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา ศักยภาพของประชาชนถูกทำลายตลอดเวลา จึงเพียงพอแล้วสำหรับเส้นทางการพัฒนาเช่นนี้
  2. กรรมาธิการควรมีบทบาทในการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ว่าการพัฒนาเช่นใดจึงจะเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยรวม แม้ว่าจะตั้งต้นด้วยโครงการคลองไทย แต่รูปแบบการศึกษาควรเป็นกระบวนการทำให้เห็นอย่างรอบด้านว่าคลองไทยเหมาะสมกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมหรือไม่ มิใช่ตั้งต้นว่าจะผลักดันคลองไทยอย่างไร
  3. ตลอดเวลาการทำงานของกรรมาธิการมีท่วงทำนองของการผลักดันมิใช่การศึกษาหาคำตอบว่าโครงการเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่ เช่น ที่ปรึกษากรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการ ประกอบด้วยบุคคลที่สนับสนุนการขุดคลองไทย ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ถึงความไม่เป็นกลางของกรรมาธิการ
  4. วิธีคิดของกรรมาธิการสะท้อนจากวิธีการทำงาน เช่น พยายามให้หน่วยงานรัฐบรรจุเรื่องคลองไทยเข้าสู่แผนงานในระดับชาติ เพื่อจะทำให้เกิดการเดินหน้าของโครงการขุดคลอง หรือ ในกระบวนการรับฟังความเห็นของกรรมาธิการทั้งที่จังหวัดกระบี่และนครศรีธรรมราช ล้วนสะท้อนวิธีคิดและเจตนาในการผลักดันมากกว่าการศึกษาหาข้อเท็จจริง
  5. กรรมาธิการใช้ชุดข้อมูลการออกแบบของสมาคมคลองไทยในกระบวนการรับฟังความเห็นของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงเจตนาว่า กรรมาธิการกับสมาคมคลองไทยร่วมมือกันทำงานหรือไม่ การใช้กลไกนิติบัญญัติเพื่อการผลักดันโครงการของภาคเอกชนหรือต่างชาติเป็นสิ่งที่ควรกระทำหรือไม่
  6. การผลักดันให้เกิดการศึกษาในเชิงรายละเอียดจะต้องใช้เงินนับหมื่นล้านคุ้มค่าหรือไม่ต่อความเสี่ยงในด้านอธิปไตย ด้านสิ่งแวดล้อม การย้ายผู้คนออกจากแผ่นดินไม่ต่ำกว่าหกหมื่นคนเฉพาะเส้นทางขุดคลอง การศึกษาในระดับมหภาค บทเรียนของคลองอื่นๆ หรือประเด็นเชิงยุทธศาสตร์น่าจะเป็นบทบาทของกรรมาธิการในการเสนอรัฐบาล มากกว่าผลักดันให้เกิดการศึกษาเพื่อการขุดคลอง นอกจากนี้การผลักดัน พรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เพื่อให้คลองไทยเกิดขึ้นได้ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ไม่ควรอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ นายประสิทธิ์ชัย ยังระบุในจดหมายเปิดผนึกฉบับดังกล่าวด้วยว่า สังคมไทยจำเป็นต้องสร้างมาตรฐานการทำงานใหม่เพื่อการพัฒนาประเทศ เราไม่สามารถใช้ ‘การมโน’ ในการสร้างรูปแบบการพัฒนาประเทศ เช่น มีคลองแล้วจะแก้ปัญหาสามจังหวัด มีแต่คลองไทยเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติ เหล่านี้เป็นความ ‘ไร้เดียงสาของวิธีคิด’

ผมได้เคยเสนอในกรรมาธิการให้ศึกษาในเชิงยุทธศาสตร์ก่อน มิใช่มุ่งผลักดันให้เกิดการศึกษาเพื่อการขุดคลอง แต่ระดับนำในกรรมาธิการมีวิธีคิดอีกแบบหนึ่ง ฉะนั้นการผลักดันในกรรมาธิการจึงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงใด การทำงานกับสังคมจึงเป็นทางออกของการที่จะทำให้สังคมร่วมกันตั้งคำถามและหาทางออกเช่นนี้ได้ดีกว่า

เพราะโครงการคลองไทยเปลี่ยนแปลงมหาศาลในประวัติศาสตร์การพัฒนาของประเทศนี้ มิเพียงปัจจัยภายในประเทศแต่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับโลกด้วย ผลกระทบอันกว้างขวางเช่นนี้ ไม่สามารถใช้วิสัยทัศน์อันคับแคบมาดำเนินการได้ การตื่นของสังคมเป็นคำตอบสำคัญของความรอบคอบ ผมจึงขอทำหน้าที่ให้สังคมตั้งคำถาม จะเป็นประโยชน์สอดคล้องกับผลกระทบอันกว้างขวางเช่นนี้มากกว่า การเดินบนเส้นทางของกรรมาธิการ

ซึ่งนายประสิทธิ์ชัย หนูนวล ได้รับคัดเลือกเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ สภาผู้แทนราษฏร ในตำแหน่ง โฆษกคณะกรรมาธิการ เมื่อคราวประชุม กมธ.วิสามัญฯ ครั้งที่ 1 วันที่ 23 มกราคม 2563 โดยมีนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ สส.พรรคพลังประชารัฐ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานคณะกรรมมาธิการวิสามัญฯ

โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ สภาผู้แทนราษฏร จะมีหน้าที่ พิจารณา และทำการศึกษาการขุดคลองไทย ตามแนว 9A ประกอบด้วย จังหวัดตรัง จังหวัดกระบี่ จังหวัดสงขลา เพื่อให้คณะกรรมาธิการฯ นำไปประกอบการวิเคราะห์และเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร

คลองไทยคืออะไร?

ประวัติศาสตร์คลองไทยเริ่มต้นมายาวนาน จากอดีตจนถึงปัจจุบันได้มีบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ทำการศึกษาและมีการนำเสนอโครงการขุดคลองไทย เคยได้ว่าจ้างบริษัท แทมส์ (TAMS) ศึกษาความเป็นไปได้ทางวิศวกรรมของโครงการคอคอดกระ ในปี พ.ศ.2513 ทั้งนี้ ได้นำเสนอโครงการต่อรัฐบาลไทย ในปี 2516 โดยบริษัท แทมส์ ให้ความเห็นว่า เส้นทาง 5A (เส้นทางสงขลา-สตูล) มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการขุดคลองกระ เนื่องจากช่วยย่นระยะเรือได้ 900 ไมล์ หรือประมาณ 1,500 กิโลเมตร ทำเลที่ตั้งท่าเรือและการตั้งนิคมอุตสาหกรรมได้เปรียบกว่าจุดอื่น และระยะทางของคลองจะสั้นที่สุด โดยเสนอให้ขุดคลองกระในแนวราบจากพื้นดินเป็นคลองระดับน้ำทะเลไม่มีประตูน้ำ ความยาวทั้งสิ้น 222 กิโลเมตร ส่วนรูปแบบของการจราจรทางเดียว อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้เป็นเพียงการสำรวจเบื้องต้น ในระดับ Pra-feasibility study เท่านั้น

ต่อมา วุฒิสภาได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคอคอดกระ ในปี 2544 ทั้งนี้ได้นำเสนอผลการศึกษาในปี พ.ศ.2548 โดยสรุปว่า เส้นทาง 9A หรือทางคณะให้ชื่อเส้นทางนี้ว่า “คลองไทย” เป็นแนวคลองที่เหมาะสมและเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งคณะให้เหตุผลว่า เส้นทางดังกล่าวจะตัดผ่านพรุควนเคร็ง ซึ่งเป็นป่าพรุขนาด 100,000 ไร่ และมีราษฎรอาศัยอยู่น้อย (ปัจจุบันถูกนายทุนบุกรุกปลูกปาล์ม) นอกจากนี้ ยังเป็นเขตน้ำท่วมลึกประมาณครึ่งเมตร และเป็นน้ำเปรี้ยวซึ่งไม่เหมาะกับการอยู่อาศัยหรือการทำเกษตรกรรม ดังนั้นเส้นทาง 9A จึงเป็นเส้นทางที่มีปัญหาและผลกระทบน้อยที่สุด

เส้นทาง 9A จะตัดผ่าน 5 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา เป็นการสร้างคลองให้เรือบรรทุกน้ำมันขนาด 500,000 ตัน สามารถสวนกันได้ เป็นคลองขนาน มีความยาว 135 กิโลเมตร ความกว้างประมาณ 400-500 เมตร มีความลึกประมาณ 30 เมตร การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ของการขุดคลองไทยในเบื้องต้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นบทวิเคราะห์ที่กล่าวถึงความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและด้านวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ทั้งนี้ไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าจะมีผลการศึกษาเกี่ยวกับคลองไทยเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ เนื่องจากไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนในเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุน รวมทั้งผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *