ประสบการณ์ร่วม 10 ปี กับ ‘NGOs’ ภาคใต้ ในทัศนะและสายตาของ ‘นักข่าว’ ธรรมดาคนหนึ่ง

ประสบการณ์ร่วม 10 ปี กับ ‘NGOs’ ภาคใต้ ในทัศนะและสายตาของ ‘นักข่าว’ ธรรมดาคนหนึ่ง

คุณ เอกชัย อิสระทะ อีกแล้วที่ใช้งานผม เขาให้โจทย์ว่าช่วยเขียนบรรยาย “สิ่งที่คุณเห็นและสัมผัสในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาของคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคใต้” ผมรับรองได้ว่าข้อความที่จะกล่าวในบรรทัดต่อไป ไม่เป็นที่ถูกใจแด่บรรดา คนเกลียดเอ็นจีโอ เป็นแน่แท้ ใครมีจริตเช่นนั้นกรุณาหยุดเสียที่จุดนี้

10 ปีที่ผ่านมาของเอ็นจีโอใต้ ผมเขียนข่าว, รายงานพิเศษ, คลิปวิดีโอ ฯลฯ เรียกว่าบริการงานข่าวให้กับเพื่อนนักพัฒนาเอกชนภาคใต้ชนิดที่นับชิ้นไม่ถ้วน และถูกส่งรูปถ่ายไปยังซุ้มมือปืน 2 ครั้ง คู่กับรูปถ่ายของเอกชัย อิสระ เหนือสิ่งอื่นใด นอกจากเราจะปกป้อง ดิน น้ำ ป่า สิทธิชุมชน จากการล้างผลาญไว้ได้

ณขจร (ซ้าย) วันชัย-สื่อเถื่อน (กลาง) เอกชัย (ขวา)

เรายังได้เพื่อนเป็นเครือข่ายเจ้าพ่อมาเฟีย ซุ้มมือปืน มาอีกหลายโขยง คนเหล่านั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเขาจะไม่ฆ่าคนที่ยึดมั่นในศีลธรรมอย่างแท้จริง แม้ใครจะมองว่าอำมหิต แต่พวกเขาไม่อาจทำร้าย ทำลาย คนธรรมดา ที่พยายามปกป้องจิตวิญญาญของแผ่นดินที่สืบต่อมาจากบรรพบุรุษได้

ค่ำหนึ่ง ผมได้รับคำถามเหมือนชวนทะเลาะจากพี่ชายคนหนึ่ง มันเป็นคำถามที่ผมเพิ่งถึงบางอ้อเอาทีหลังว่าทำไมเขาถึงถามแรงเช่นนี้

“คุณคัดค้านอะไรนักหนา ทำไมชอบเขียนข่าวเอ็นจีโอ ชอบแสดงออกชัดเจนว่าคัดค้านโครงการโน้น โครงการนี้ คุณอยากดังเหรอ ผมว่าคุณพอได้แล้วไอ้น้อง ตอนนี้คุณดังแล้วนี่”

“เปล่าเลยครับ ผมไม่ได้ทำเพื่อสิ่งนั้น ใช่ เมื่อก่อนผมมีความรู้สึกว่าอยากจะมีชื่อเสียง แต่เอาเข้าจริงๆ มันไม่ใช่เลย ชื่อเสียงมันช่วยอะไรไม่ได้เลย และผมไม่ได้สนใจมันเลย ตรงกันข้ามมันมีแต่ความน่ากลัว ผมเคยกลัวจนกระทั่งบอกกับตัวเองว่าไม่รู้จะกลัวไปทำไม ในเมื่อเราไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียง หรือทำเพื่อตัวเราเอง”

“งั้นคุณทำไปเพื่ออะไร”

“ผมทำไปเพื่อให้คนที่เขาเดือดร้อนและยังต่อสู้อยู่กับการปกป้องสิทธิของเขายังคงมีศรัทธา”

“ศรัทธาในอะไร”

“ศรัทธาในมนุษย์ ให้เขายังเชื่อมั่นในมนุษย์ ทำเพื่อให้คนเหล่านั้นเห็นว่ายังมีอยู่คนหนึ่งที่มันพยายามทำ พยายามช่วยเหลือ ในวงการข่าวภาคใต้เรา ถ้าจะว่ากันจริงๆ ถ้าผมไม่ทำอย่างที่พี่เกลียดผมอยู่นี้ ถ้าไม่มีสักคน มันก็จะไม่มีใครเลย ไม่มีเลยสักคนที่อยากจะเผชิญหน้ากับความกลัว”

“แล้วคุณไม่กลัวหรือ..ลูกเมียคุณก็มี”

“อย่างที่บอกครับ ผมเคยกลัวจนไม่รู้จะกลัวทำไมอีกแล้ว เราเป็นเช่นเดียวกับชาวบ้านที่เคยกลัวจนตัวสั่น ยิ่งเวลาที่ถูกอำนาจรัฐรังแก รู้มั้ยครับ ตอนที่ชาวบ้านเขากลัวแบบนั้น เขานึกถึงใคร”

“ใคร”

“นักข่าว”

“อืม”

“แล้วพี่ลองคิดดูนะครับ เมื่อชาวบ้านเขาหวังให้นักข่าวบรรเทาความกลัวให้กับเขา แต่เราดันมากลัวไปด้วย หรืออาจจะกลัวจนลนลานยิ่งกว่าชาวบ้าน คนเหล่านั้นจะยังเหลือศรัทธาอะไรอีกในมนุษย์”

“ถ้าคุณเป็นอะไรไป ใครจะดูแลครอบครัวคุณ”

“ผมเชื่อว่าความตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรามาตั้งแต่แรกแล้ว ทุกคนต้องตาย แน่นอนว่าผมไม่ได้อยากจากไปด้วยการถูกยิง ถูกทำร้าย ในเรื่องแบบนี้ ผมไม่ได้แขวนพระดี พระดัง ไม่มีปืนไว้ป้องกันตัวอะไรทั้งสิ้น แต่ผมมั่นใจว่าผมมีความดีไว้คุ้มกันตัวเองในระดับหนึ่ง”

“ยังไง”

“ตั้งแต่ผมมีเมีย มีลูก มีครอบครัว ผมโลดแล่นอยู่ในสังคมวงกว้างตามหน้าที่การงานของผม ได้เจอคนเยอะแยะมากมายทั้งชายทั้งหญิง จนถึงวันนี้ ผมไม่เคยนอกใจเมียแม้แต่วันเดียว แม้จะมีผู้หญิงนมใหญ่มายั่วมายวนอยู่ร่ำไป แต่สำหรับผม นั่นคือบันไดแห่งความตาย เพราะมันผิดศีลข้อสาม”

“อืม”

“ผมไม่เคยฉ้อโกงใคร ไม่เคยหลอกลวงใคร สิ่งที่ผมพยายามทำคือดีกับคนให้มากที่สุด เพราะผมมั่นใจว่าเขาจะปกป้องผมได้”

“ยังไง”

“สมมุติว่ามีใครสักคนอยากจะฆ่าผม เขาจะไม่ฆ่ามั่วๆ ผมเชื่อว่าเขาจะสืบหาความชั่วของคนคนนั้นก่อน เราจึงมักจะเห็นว่านักต่อสู้หลายคน คนดีๆ บางคน ถูกยิงตายแล้วตำรวจก็สันนิษฐานสาเหตุว่ามาจากเรื่องชู้สาวหรืออาจจะมาจากหนี้สินเพราะมันมีมูลให้คาดการณ์ได้เช่นนั้นจริง ทำให้ประเด็นความเป็นนักต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของเขาขาดน้ำหนักไป สุดท้ายตายเปล่า”

“อืม”

“แต่ผมไม่มี ผมไม่มีประวัติเคยโกงใคร ไม่มีประวัติผิดลูกผิดเมียใคร และผมเชื่อว่า ต่อให้พี่ไม่นิยมชมชอบผม เกลียดขี้หน้าผม แต่หากผมจะตายขึ้นมาจริงๆ มีคนจะทำผมจริงๆ ถ้าเขาเกิดไปถามพี่ ผมเชื่อว่าพี่จะพูดคำนี้”

“ว่า..”

“อย่าทำผู้ชายคนนี้เลย..ผมเชื่อว่าพี่จะห้ามเขา รั้งเขา ไม่ให้ฆ่าผม ต่อให้พี่จะไม่ชอบผมก็ตาม”

“อืม..อะไรที่ทำให้คุณเชื่ออย่างนั้น”

“เพราะผมศรัทธาในมนุษย์ และผมเชื่อว่าพี่ก็มีศรัทธาเช่นนั้น” พูดจบเขาคว้าคอผมเข้ามาประชิดตัว แล้วกระซิบบอกบางสิ่งที่ชวนขนลุก

“เรื่องที่คุณเชื่อ มันเกิดขึ้นแล้ว”

“ยังไง”

“ไม่ต้องรู้รายละเอียด แต่จำเอาไว้ว่า..ผมให้คุณตายไม่ได้ ไอ้น้องชาย กูให้มึงตายไม่ได้ จำไว้!”

สักพัก คนที่จะทำหน้าที่ลั่นไกยิงผมก็เดินเข้ามาในสถานที่นั้น ผมมีโอกาสได้ยกมือไหว้พี่เขา 2 ครั้ง 2 ครา และมารู้ทีหลังว่าอะไรเป็นอะไร หากเป็นคนอหังการ์แม้แต่นิดเดียว ผมคงตายห่าไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว

สิ่งที่เป็นเบ้าหลอมให้เกิดผมอย่างทุกวันนี้ขึ้นมากล่าวได้ว่า ผมได้ชิ้นส่วนความดี อุดมคติดีๆ จากพี่น้องใน กป.อพช.ใต้ ทุกคน มาคนละชิ้น เหมือนตัวจิ๊กซอว์ที่นำมาต่อกันจนเป็นผม ผมได้รับเชื้อความดีความมีศีลธรรม ความเสียสละมาจากเอ็นจีโอใต้ ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่นิเทศศาสตร์ ปี 2 ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

ณขจร กับ วันชัย ร่วมติดตามประเด็น กป.อพช. ใต้

นอกจากได้เพื่อนในดงนักเลงมาหลายโขยง สิบปีที่ผ่านมาเอ็นจีโอใต้ ยังสามารถเปลี่ยนใจนักข่าวที่เคยเกลียดเอ็นจีโอเข้าใส้คนหนึ่ง ให้กลายมาเป็นคนที่น้ำตาไหลทันทีที่เห็นเอ็นจีโอใต้เดินตากแดดตากฝนไปกับชาวบ้านเป็นร้อยกิโลเมตร เพียงเพื่อจะบอกกับสังคมว่าโปรดอย่าให้ใครมาทำลายถิ่นฐานบ้านเรือนของพวกเขาเลย

สิบปีที่ผ่านมาเอ็นจีโอใต้ปกป้องรักษาเขา ป่า นา เล ทั้งสองชายฝั่งไว้ได้อย่างยากเย็น น้อยคนที่จะรู้จักพวกเขาจริงๆ พวกเขาสามารถเปลี่ยนใจนักการเมืองคนหนึ่งจากที่อยากได้สัมปทานระเบิดภูเขา วันนี้กลายเป็นนักอนุรักษ์คนหนึ่งที่เริ่มมองเห็นในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติบ้านเกิด

ผมขอใช้บรรทัดนี้ อวยพรให้เขาได้รับเลือกตั้งระดับจังหวัดตามที่ใจปรารถนา และให้ได้ทำตามนโยบายที่ตั้งใจไว้ แม้ครั้งหนึ่งเขาอยากจะฆ่าเราให้ตาย แต่เอ็นจีโอใต้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วชัดเจนว่า ทุกสิ่งที่ทำไม่ได้เกิดจากผลประโยชน์ส่วนตัวแต่อย่างใด แต่มันหมายถึงความยั่งยืนที่เราจะส่งต่อความสมบูรณ์ในทรัพย์ของแผ่นดินให้ไปถึงมือของลูกหลานต่างหาก

10 ปีที่ผ่านมาหากไม่มีเอ็นจีโอใต้ ผมอาจจะเป็นมะเร็งตายเพราะสูดควันโรงงาน ตายเพราะสูดควันแห่งความเจริญเข้าไปมากเกิน ไม่มีโอกาสมานั่งพรรณาอยู่เช่นนี้แน่นอน ผมเชื่อเช่นนั้นและยังศรัทธาในพวกคุณทุกคน จิ๊กซอว์ที่ต่อกันจนเป็นผม NGOsใต้ กป.อพช.ใต้


บทความ โดย ณขจร จันทวงศ์ ผู้สื่อข่าวอิสระ


สำหรับผม ผมกับพี่จร ณขจร จันทวงศ์ พบเจอกันไม่บ่อยนัก เพราะอาจด้วยสายงานข่าวบนเส้นทางที่พี่จรแกเดิน อาจจะไม่นำพาเรามาพบกันสักเท่าใดนัก แต่ทุกครั้งที่เจอกัน เรามักจะพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย ทั้งเรื่องกล้อง ประเด็นที่ติดตาม ตลอดจนย่างก้าวของชีวิตของกันและกัน ชายรูปร่างสันทัด ผิวกร้าน ผมเผ้ารุงรัง แต่จิตใจอันงดงามของบุคคลผู้นี้ ผมสัมผัสถึงความจริงใจของเขา ที่พร้อมจะเป็นปากเป็นเสียงให้กับผู้คนที่เสียงยังดังไม่พอ…

ตาล วรรณกูล : บรรณาธิการ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *