‘เมื่อมีลูกและเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน คนรุ่นพ่อจะได้วางมือ’ จดหมายจาก ลุงต้น ณภพ นุตสติ ถึงลูกสาว

‘เมื่อมีลูกและเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน คนรุ่นพ่อจะได้วางมือ’ จดหมายจาก ลุงต้น ณภพ นุตสติ ถึงลูกสาว

พ่อทราบถึงความกังวลใจ เมื่อลูกโทรมาถามเรื่องดินฟ้าอากาศ จนกระทั่งมาจบที่ ขอร้อง ให้พ่อ เพลา ๆ ลงเรื่องการพูดถึง นิคมอุตสาหกรรมจะนะลงบ้าง เพราะเป็นห่วงความปลอดภัย โดยให้เหตุผลว่า เราอยู่ไกล ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่จะนะ ฉะนั้นเรื่องที่จะนะ ควรให้คนพื้นที่เป็นคนพูดมากกว่าเราที่อยู่ไกล มาพูดออกตัวแทนทุกเรื่องไม่ได้ พ่อเดาได้เลยว่า เบื้องหลังโทรศัพท์ของลูก นั้นหมายถึงลูกทุกคน รวมทั้งแม่คุยกันแล้ว ขอให้ลูกมาคุยกับพ่อ

พ่อจะรับเรื่องที่ลูกขอไว้พิจารณา แต่พ่ออยากอธิบายว่า เรื่องจะนะ อาจจะดูไกลตัวสำหรับลูก และ คนในครอบครัว แต่สำหรับพ่อแล้ว พ่อมีเพื่อนอยู่ที่นั่น พ่อเคยไปที่จะนะ พ่อเคยไปที่สวนกง พ่อกับแม่ตอนเป็นแฟนกัน เราเคยไปเที่ยวสะกอมด้วยกัน ฉะนั้นความสวยงามของธรรมชาติที่จะนะ เทพา ยังประทับใจและอยู่ในความทรงจำของพ่อตลอดมา

ลูกก็รู้ว่าพ่อกับแม่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเรายึดเอา พระราชดำรัสของ กรมหลวงสงขลานครินทร์ ที่ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” ซึ่งพ่อจำได้ แต่ไม่ได้เข้าใจอะไรมากนัก จนกระทั่ง อายุมากขึ้นจึงเข้าใจ แล้วรู้ชึ้งถึงความหมายของ พระราชดํารัสดังกล่าว ว่าการเป็น คนอยู่ในสังคม เราไม่สามารถแยกตัวเองออกจากสังคมรอบตัวได้ ประโยชน์ของคนอื่นกับประโยชน์ของเรา ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ช่วงแรก ๆ ความหมายคำว่าสังคมของพ่อ อาจจะหมายถึงคนข้างบ้าน คนรอบตัว เพื่อนร่วมงาน จนขยายถึงคนในสังคมชุมชน แต่พออายุมากขึ้น คำว่าสังคมของพ่อ ได้ขยายไปถึงธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมรอบตัวด้วยโดยปริยาย

การที่เราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม แล้วเพิกเฉยต่อการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะกับผู้คน หรือสิ่งแวดล้อม อาจเพราะคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ หรือคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวนั้น อาจเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะทุกอย่างกลับมากระทบกับเรารวดเร็วมากกว่าที่คิด เรามีบ้านสวยอยู่ริมคลอง แต่คลองหน้าบ้านเราก็ดำสกปรก จนอยากเมินหน้าหนี มีคนมาขโมยของในร้านอาหารเรา พอจับก็รู้ว่าเป็นคนจนไม่มีจะกิน, หมาที่บ้านเราออกไปกัดไก่ชนข้างบ้าน, เราต่างเป็นผู้กระทำและผู้ถูกกระทำในสังคมตลอดเวลา การที่เพื่อน ๆ ที่จะนะ เดือดร้อน เพราะกำลังจะมีพ่อค้ามาเอาชายทะเลที่เขาทำมาหากินนั้น ไปสร้างโรงงานก็ไม่ต่างกันกับที่เราเดือดร้อนที่คลองหน้าบ้านเราน้ำเน่า ลำพังพ่อและคนรอบบ้านเราก็คงเสียงดังไม่พอที่ทำให้คลองที่สวยงามพ่อเคยว่ายน้ำเด็ก ๆ กลับมาใสได้ ก็เหมือนกับชะตากรรมของคนจะนะ ที่ลำพังคนจะนะคงเสียดังไม่พอ ที่จะส่งเสียงเตือนเสียงห้ามไม่ให้โรงงานมา สร้าง มาทำลายที่ทำมาหากินของเขา ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เข้าใจได้ว่าทำไมเราไม่อาจอยู่เฉยได้

ยังไม่นับปัญหาของสังคมที่ลึกซึ้งซับซ้อนมากกว่านั้นอีก ที่เกิดจากระบบทุนนิยม ปัญหาผู้ด้อยโอกาส กิเลสตัณหา ความเห็นแก่ตัว ความมักง่ายของมนุษย์ ที่มองแต่ผลประโยชน์เฉพาะหน้าของตัวเอง จนลืมถึงผลที่กระทบต่อคนอื่นและสังคมในอนาคต

ฉะนั้นปัญหาของจะนะ ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของคนจะนะอย่างเดียว กลับกลายเป็นปัญหาของอำนาจของเงินตราและทุนใหญ่ รุกรานเอาเปรียบคนเล็กคนน้อย ไม่ว่าจะเป็น การซื้อที่ปิดทางราคาแพง บังคับรับซื้อที่ด้านหลังในราคาถูก การจ่ายค่านายหน้า หรือจ่ายเงินให้ผู้มีอิทธิพลให้รวมที่จากชาวบ้านเป็นแปลงใหญ่ แล้วนำมาพัฒนาขายสร้างราคาได้มากเป็น 10 เท่า นั่นยังไม่รวมถึงรู้ทั้งรู้ว่าโรงงานจำนวนมากที่สร้างมลภาวะ กำลังถูกไล่ออกมาจากมาเลเซีย และชุมชนที่เจริญขึ้นอย่าง AEC กำลังหาที่ตั้งใหม่ในนิคมเกิดใหม่ห่างไกลผู้คนอย่างจะนะ

พ่อจะรับเรื่องลูกขอไว้พิจารณา แล้วกลับกันพ่อขอให้ลูกเอาข้อคิดที่พ่ออธิบายไปพิจารณาด้วย พ่อหวังลึก ๆ ว่าเมื่อลูกเข้าใจ พ่ออยากเห็นลูกทุกคน และเด็กรุ่นใหม่ ลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสังคม ไม่เพียงแต่มีชีวิต เกิดมา ทำงาน และรอวันตาย อย่างไม่มีความหมายอะไรเลย

เมื่อมีลูกและเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน คนรุ่นพ่อจะได้วางมือ
พ่อ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *