‘น้องยะห์’ ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ บุกทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือนายกรัฐมนตรี ขอให้ยกเลิกนิคมอุตสาหกรรม ขณะชาวบ้านจะนะส่งกำลังใจจากที่บ้าน

‘น้องยะห์’ ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ บุกทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือนายกรัฐมนตรี ขอให้ยกเลิกนิคมอุตสาหกรรม ขณะชาวบ้านจะนะส่งกำลังใจจากที่บ้าน

กรุงเทพมหานคร, 1 กรกฏาคม 2563 – วันนี้ เวลาประมาณ 10.00 น. น้องยะห์ หรือ นางสาวไครียะห์ ระหมันยะ ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ วัย 17 ปี เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร เรื่อง จากลูกสาวแห่งทะเลจะนะ ถึงปู่ประยุทธ์ ขอให้ยกเลิก มติ ครม.นิคมอุตสาหกรรมฯจะนะ เป็นฉบับที่ 2 [อ่านจดหมายฉบับแรก] จี้ เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาและตัดสินใจ โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับมอบ และได้นั่งรอคำตอบจากนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริเวณกำแพงด้านข้างทำเนียบรัฐบาล ด้านผู้ช่วย รมต. ประจำสำนักนายกฯ ห้ามมิให้รอ เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังไม่ยกเลิก ขณะที่ชาวบ้านในตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ร่วมลงชื่อคัดค้านโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต พร้อมส่งกำลังใจถึงน้องยะห์ผ่านสื่อออนไลน์

น้องยะห์ จึงได้อ่านจดหมายฉบับดังกล่าวต่อหน้าสื่อมวลชนที่ร่วมทำข่าวหลายสำนัก โดยมีเนื้อหา ดังต่อไปนี้

จดหมายน้อยฉบับที่ 2
จากลูกสาวแห่งทะเลจะนะ ถึงปู่ประยุทธ์

ขอให้ยกเลิก มติ ครม.นิคมอุตสาหกรรมฯจะนะ

จากจดหมายฉบับแรกที่หนูได้เขียนถึงปู่ประยุทธ์ บอกเล่าถึงเรื่องราววิถีชีวิต การอนุรักษ์ ปกป้องทะเลจะนะ ที่เป็นบ้านของหนูและครอบครัว และได้หล่อเลี้ยงพวกเราในชุมชนมาอย่างยาวนาน อีกทั้งทรัพยากรสัตว์น้ำที่เราหามาได้ ยังเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของคนจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงจนเมื่อรัฐบาลปู่ประยุทธ์ได้มีมติ(คณะรัฐมนตรี) เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 อนุมัติโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต โดยจะใช้พื้นที่ 3 ตำบล คือตำบลนาทับ ตลิ่งชัน และสะกอม รวมเนื้อที่ทั้งหมด 16,753 ไร่ เปลี่ยนเมืองจะนะให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นคือบ้าน ชุมชน และที่ทำกินของพ่อแม่หนูหนู

ต้องบอกให้ปู่ประยุทธ์ได้ทราบด้วยว่า การทำงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ที่มีหน้าที่บริหารจัดการความขัดแย้งพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่กลับเข้ามาผลักดันโครงการนี้จนเป็นตัวปัญหาสร้างความขัดแย้งเสียเอง เข้ามาทำหน้าที่ออกหน้าแทนกลุ่มทุนที่ต้องการเข้ามาสร้างนิคมอุตสาหกรรมในชุมชนของพวกเรา จนทำให้เกิดความแตกแยกของคนภายในชุมชนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยลืมแล้วไปว่าตนเองคือเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องทำงานแทนรัฐบาล และหนูยังเชื่อว่าการอนุมัติโครงการนี้ของรัฐบาลปู่ประยุทธ์ทั้งสองครั้งที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากฐานข้อมูลที่ไม่ถูกต้องที่ศอ.บต.จัดทำขึ้น ซึ่งเห็นได้จากหลายเวทีที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แต่แค่ต้องการล่ารายชื่อผู้สนับสนุนโครงการเท่านั้น โดยไม่มีการให้ข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงใดๆเลย ซึ่งรวมถึงความพยายามที่จะจัดเวทีเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ที่ได้เลื่อนไป และจะมีการจัดเวทีดังกล่าวใหม่ ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 เพื่อเปลี่ยนผังเมืองบ้านหนูซึ่งเป็นสีเขียวให้เป็นผังเมืองสีม่วงสำหรับการเป็นนิคมอุตสาหกรรม

ในโอกาสนี้ หนูอยากจะบอกให้ปู่ประยุทธ์ทราบอีกครั้งว่า บ้านและชุมชนของพวกหนูมีความสวยงาม และมีศักยภาพทางด้านอาหารมากพอที่จะหล่อเลี้ยงชาวอำเภอจะนะและคนในจังหวัดสงขลาให้อยู่ได้ท่ามกลางสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ที่ยังระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว จึงไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะเปลี่ยนสภาพของพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มทุนภายนอกที่พยายามอ้างว่าอยากจะเข้ามาสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ทั้งที่จริงแล้วคือประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น

หนูพยายามติดตามอ่านข่าวการทำงานของปู่ประยุทธ์ในสถานการณ์ของโรคโควิดว่า ท่านและรัฐบาลจะใช้วิธีการอย่างไรให้ข้ามพ้นวิกฤตินี้ไปได้ จนเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563 ปู่ประยุทธ์ได้ประกาศว่า “แนวทางการทำงานรูปแบบ New Normal ที่ต้องการผนึกทุกภาคส่วนให้ร่วมกันสร้างอนาคตประเทศ โดยจะเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายต่างๆ ได้มีส่วนร่วมมากขึ้นด้วย” หนูจึงอยากให้นำแนวคิดดังกล่าวนี้ที่ปู่ประยุทธ์ได้พูดไว้มาใช้แก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับบ้านและชุมชนของหนูด้วย นั่นคือการยกเลิก มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเมืองอุตสาหกรรมฯจะนะ ทั้ง 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 และ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ออกไปก่อน พร้อมกันนี้ให้มีการปรับกระบวนการทำงานของ ศอ.บต. ใหม่ และที่สำคัญคือจัดให้มีการศึกษาศักยภาพของอำเภอจะนะเพื่อสร้างทางเลือกการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งหนูเชื่อว่านี่คือหนทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทั้งหมดได้อย่างแท้จริง

จึงเรียนมาด้วยความเคารพ
นางสาวไครียะห์ ระหมันยะ
1 กรกฏาคม 2563


จากนั้น น้องยะห์ หรือ น.ส.ไครียะห์ ระหมันยะ ได้ออกมานั่งรอคำตอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี บริเวณข้างกำแพงทำเนียบรัฐบาล

ต่อมา เวลาประมาณ 13.40 น. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้นำเชิญน้องยะห์ และเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เข้าร่วมหารือในห้องประชุม ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของรัฐบาล ภายในอาคารสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาข้าราชการ หรือ กพร. โดยนายสุภรณ์กล่าวว่า จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนภายในวันที่ 8-9 ก.ค. นี้ ด้านน้องยะห์ และเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ยืนยันจะมารอคำตอบทุกวันในเวลาราชการ นายสุภรณ์จึงชี้แจงว่าน้องยะห์และเครือข่ายฯ จะทำเช่นนั้นมิได้ เนื่องจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังไม่ยกเลิก

“มันมารอแบบนั้นไม่ได้ ซึ่งจะอนุโลมเป็นรายกรณีที่เดืดร้อนจริง ๆ เมื่อ พ.ร.กฉุกเฉินไม่ได้ถูกยกเลิก กฎหมายไม่ได้มีข้อจำกัดสำหรับใครทั้งสิ้น ไม่ได้ต้องการให้พวกเรามาเผชิญกับตำรวจหรือฝ่ายความมั่นคง ซึ่งไม่ได้มาจับกุมหรอก แต่ว่าจะมีหมายไปที่บ้าน เพราะผมสั่งตำรวจไม่ให้ดำเนินการไม่ได้ เนื่องจากมันเป็นเรื่องของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้นจึงจะทำเรื่องรายงานท่านนายกฯ เมื่อทำหนังสือแล้วเสร็จ จะนำไปรอจังหวะที่สภาฯ พบท่านตอนไหนก็จะยื่นให้ท่าน หรือทีมงานรับทราบ แต่ยืนยันว่าอย่างช้า ซึ่งต้องมีการตรวจสอบไปยัง ศอ.บต. และจังหวัดสงขลา ก่อนที่ท่านนายกฯ จะตัดสินใจ ดังนั้น วันที่ 8-9 ก.ค. เข้ามาพบกันอีกครั้ง” นายสุภรณ์กล่าวกับน้องยะห์และเครือข่าย


สงขลา, 1 กรกฏาคม 2563 – ในเวลาเดียวกัน กลุ่มชาวบ้านใน ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา ก็ได้ร่วมประชุมหารือกรณี มติ ครม. นิคมอุตสาหกรรมฯ จะนะ และการประกาศจัดเวทีผังเมืองในพื้นที่อำเภอจะนะ ในวันที่ 11 ก.ค. ที่จะถึงนี้ เพื่อเปลี่ยนแปลงผังเมือง อ.จะนะ จากสีเขียวให้เป็นสีม่วงตามที่กลุ่มทุนอุตสาหกรรมต้องการ

ด้านนายจูเด็น อนันต์บริพงษ์ ผู้อาวุโสแห่งบ้านสะกอม อ.จะนะ กล่าวว่า เดิม อ.จะนะ ผังเมืองเป็นสีเขียว ซึ่งเป็นผังเมืองที่ภาคราชการหลายภาคส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่ร่วมกันทำโดยใช้เวลานานนับปีกว่าจะทำผังเมือง อ.จะนะแล้วเสร็จ แต่รัฐบาลประกาศจะจัดเวทีผังเมืองจะนะในวันที่ 11 ก.ค. เพียงวันเดียวโดยรัฐบาลกำหนดว่าจะคัดเลือกประชาชนเข้าร่วมเวทีดังกล่าว เพียง 3 ตำบลของอำเภอจะนะ คือ ต.สะกอม ต.ตลิ่งชัน ต.นาทับ เท่านั้นคนนอกพื้นที่ 3 ตำบลห้ามเข้า

“วันนี้ประชาชนในพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการอุตสาหกรรมจะนะ จึงได้ร่วมกันจัดเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันและมีข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลให้ยกเลิก มติ ครม.อุตสาหกรรมจะนะ เพราะเป็นมติครม.ขี้โกงมัดมือชก เราขอปกป้องพื้นที่แหล่งผลิตอาหารไว้ให้ลูกหลานไว้ได้กินได้ใช้ หยุดโกหกประชาชน ขอถามไปถึงรัฐบาลว่าหลายปีที่ผ่านมาเคยพูดเรื่องอะไรบ้างที่เป็นเรื่องจริง” นายจูเด็นกล่าว

จากนั้นกลุ่มชาวบ้านตำบลสะกอมจึงได้ถ่ายภาพร่วมกันและส่งกำลังใจมาให้น้องยะห์ที่ทำเนียบรัฐบาล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *