ประมงพื้นบ้านอ่าวบ้านดอน โต้ “ไม่ใช่โจร” ปม ขโมยหอยหนุ่มเจ็ตสกี

ประมงพื้นบ้านอ่าวบ้านดอน โต้ “ไม่ใช่โจร” ปม ขโมยหอยหนุ่มเจ็ตสกี

วันที่ 12 มิถุนยาน 2563 เครือข่ายประมงพื้นบ้าน อ่าวบ้านดอน จังหวัดสราษฏ์ธานี เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก เพื่อสื่อสารกับสังคมจากกรณีที่นายสันติ นวลเสน เจ้าของคอกเพาะเลี้ยงหอยเครง บ้านคลองราง หมู่ 2 ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน จ.สุราษฏ์ธานี ใช้อาวุธปืนยิงขู่กลุ่มประมงพื้นบ้านที่เข้าไปเก็บหอยในพื้นที่เพราะเลี้ยงที่นายสันติเป็นเจ้าของ เมื่อวันที่ 10 มิถนายน 2563 ที่ผ่านมา โดยจดหมายเปิดผนึกมีใจความสำคัญว่า “สังคมกำลังตัดสินพวกเราด้วยปรากฎการณ์บางช่วงตอนที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน และทำการแช่งด่าอย่างเสียหายทางสื่อออนไลน์ แบบไม่มีสิทธิ์ชี้แจงถึงข้อเท็จจริง หรือจะค้นหาถึงข้อเท็จจริงว่ามีความเป็นมาอย่างไร”

ซึ่งจากภาพคลิปเหตุการณ์ ที่นายสันติ นวลเสน ผู้ประกอบการเลี้ยงหอยแครงในทะเลพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ขับเจ็ทสกีพร้อมอาวุธปืน ออกไปขับไล่ชาวประมงพื้นบ้านที่เข้ามาตักลูกหอยแครง พร้อมกับตะโกนบอกว่า ลูกหอยแครงที่เข้ามาตักเป็นลูกหอยแครงที่ได้ซื้อมาเลี้ยงและขอความเห็นใจว่าอย่ามาตักให้ออกไป แต่ไม่มีใครฟังจึงได้ใช้อาวุธปืนสั้นยิงขึ้นฟ้า เพื่อให้ชาวประมงพื้นบ้านออกจากพื้นที่เลี้ยงหอยของตน

ซึ่งนายสันติ นวลเสน อายุ 29 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ต.เขาถ่าน อ.ท่าฉาง ให้การต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ถูกนำตัวไปสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาว่า ก่อนที่ตนเองจะขับเจ็ทสกี และไลฟ์สดเข้าไปขับไล่ชาวประมงพื้นบ้านให้ออกจากพื้นที่แต่ไม่มีใครฟัง ด้วยความคับแค้นใจเพราะลูกหอยแครงที่ชาวประมงพื้นบ้านเข้ามาตักเป็นลูกหอยที่ตนเองเพิ่งซื้อจากชาวบ้านเป็นจำนวนเงินกว่า 2.2 ล้านบาท จึงได้นำอาวุธปืนขึ้นมาพร้อมกับตะโกนบอกพร้อมกับขอร้องด้วยน้ำตาว่าให้เห็นใจกันบ้าง แต่ชาวประมงที่เข้ามาในเขตที่ตนเองเลี้ยงหอยไว้ก็ไม่ยอมฟัง จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อขับไล่ไปหลายนัด

นอกจากนั้นนายสันติยังได้ให้การเพิ่มเติมว่า ครอบครัวของตนได้ทำธุรกิจเลี้ยงหอยทะเลในพื้นที่ อ.ท่าฉาง เป็นเวลา 18 ปี โดยระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมาได้ซื้อคอกหอยจากกำนันคนหนึ่งใน ต.ลิเล็ด ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านคลองราง หมู่ 2 ต.ลีเล็ด เนื้อที่ 30 ไร่ ในราคา 150,000 บาท เพาะเลี้ยงหอย ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ค.63 ที่ผ่านมาเพิ่งซื้อลูกหอยจากชาวบ้านที่ไปตักเก็บในเขต 1,000 เมตร แล้วเอามาขายให้เป็นเงิน 2,200,000 บาท

เบื้องต้น ร.ต.ท.ฐาปนัท เจรณาเทพ รองสารวัตรสอบสวน สภ.พุนพิน แจ้งข้อหา พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร แก่นายสันติ โดยมีญาติและผู้ประกอบการเลี้ยงหอยแครงรายย่อยเดินทางมาให้กำลังใจกว่า 60 คน

ขณะเดียวกันในสื่อสังคมออนไลน์ ที่ได้รับชมภาพคลิปดังกล่าว ก็ได้มีการวิพากย์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงกรณีพิพาท ในทำนองว่า ทำไมต้อง “ขโมย” หอยของนายสันติ ทั้งที่เขาได้ลงทุน และทำอาชีพเพาะเลี้ยงอย่างถูกต้อง หรือแม้เขาจะผิดก็ไม่ควรเข้าไปขโมยของเขา เพราะเขาได้ลงทุนด้วยเงินส่วนตัวจำนวนนับล้านบาท

ทำให้กลุ่มประมงพื้นบ้านอ่าวบ้านดอนรวมตัวกันปิดบริเวณปากแม่น้ำตาปี ตั้งแต่วานนี้ (11 มิ.ย.) และได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคมที่ไม่ได้รับรู้ข้อเท็จจริง ถึงปัญหาที่สั่งสมมานานนับสิบปี และยังไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจนจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่สังคมคนส่วนใหญ่จะใช้ความรู้สึกส่วนตัวตัดสินเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้


จดหมายเปิดผนึก
เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านอ่าวบ้านดอน
“เรา…ประมงพื้นบ้านไม่ใช่โจร”

เราคือประมงพื้นบ้านที่ทำกินอยู่ในอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้ทำให้สังคมมีความสงสัยว่า “เกิดอะไรขึ้น” ในพื้นที่อ่าวแห่งนี้ ทั้งที่ปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะทางทะเลของอ่าวบ้านดอนไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ หากเป็นปัญหาที่ถูกสั่งสมมาอย่างยาวนานนับสิบปี และยิ่งนานวันยิ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่และหนักมากขึ้น และที่ผ่านมาจนบัดนี้ก็ไม่เคยได้รับความจริงใจที่แก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งความเดือดร้อนแท้จริงนั้นได้เกิดขึ้นกับพวกเราชาวประมงพื้นบ้านที่มีอยู่นับพันนับหมื่นครัวเรือน มันคับแน่นอยู่ในอก ไม่สามารถปริปากร้องขอความเป็นธรรมจากใครได้

พื้นที่ 300,000 ไร่ ของอ่าวบ้านดอน และมีพื้นที่อนุญาตเพาะเลี้ยงประมาณ 40,000 ไร่ ใน 5 อำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ อ.ไชยา อ.ท่าฉาง อ.กาญจนดิษฐ์ อ.ดอนสัก และ อ.เกาะสมุย ถือเป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายของระบบนิเวศอย่างมากอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย สามารถทำการประมงได้หลากหลายชนิดหลายรูปแบบ ทะเลแห่งนี้จึงเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่ประเมินค่าไม่ได้ เพราะได้ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวสุราษฎร์ธานีมาอย่างยาวนาน ที่ผ่านมาไม่มีใครแสดงสิทธิส่วนบุคคลทำการครอบครองพื้นที่เหมือนดังเช่นปัจจุบัน

กรณีของชายผู้อ้างเป็นเจ้าของพื้นที่สัมปทานเลี้ยงหอย ออกมาไล่ยิงพวกเราจำนวนหนึ่งนั้น จนทำให้สังคมเกิดคำถาม ทำไมต้อง “ขโมย” หอยของนายคนนี้ ทั้งที่เขาได้ลงทุน และทำอาชีพเพาะเลี้ยงอย่างถูกต้อง หรือแม้เขาจะผิดก็ไม่ควรเข้าไปขโมยของเขา เพราะเขาได้ลงทุนด้วยเงินส่วนตัวจำนวนนับล้านบาท

สังคมกำลังตัดสินพวกเราด้วยปรากฎการณ์บางช่วงตอนที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน และทำการแช่งด่าอย่างเสียหายทางสื่อออนไลน์ แบบไม่มีสิทธิ์ชี้แจงถึงข้อเท็จจริง หรือจะค้นหาถึงข้อเท็จจริงว่ามีความเป็นมาอย่างไร

ด้วยเป็นที่รับรู้กันว่าพื้นที่การเพาะเลี้ยงในอ่าวบ้านดอน ไม่มีการอนุญาตให้ทำการเลี้ยงหอยแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ในพื้นที่อำเภอเมือง และ อำเภอพุนพิน และใบอนุญาตเพาะเลี้ยงที่เอามาอ้างกับสื่อสาธารณะก็ไม่ใช่ใบอนุญาต หากแต่คือใบขอเพื่อให้อนุญาตเท่านั้น อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวนั้นมีสภาพความอุดมสมบูรณ์ที่เป็นแหล่งเพาะฟักพันธุ์หอยตามธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งเคยเป็นที่ทำมาหากินปกติของชาวประมงพื้นบ้านโดยทั่วไปมาแต่ก่อนเก่า ดังนั้น การอ้างว่าได้ลงทุนซื้อหอยมาปล่อยจึงเป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่จะเพิ่มความชอบธรรมในการครอบครองพื้นที่ดังกล่าวให้กับตน และผู้ประกอบการรายนี้ยอมรับทางสื่อว่าตนเองทำการเพาะเลี้ยงในพื้นที่ไม่ได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงต่อเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรนั้น พวกเราประมงพื้นบ้านพร้อมพิสูจน์ และต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมต่อไป ซึ่งพวกเราทุกคนพร้อมที่จะรับผิดหากได้ทำความผิดตามที่นายคนดังกล่าวนั้นกล่าวหา แต่เราไม่สามารถยอมรับได้ที่จะถูกตราหน้าจากสังคมทั่วไปว่าพวกเราเป็น “หัวขโมย” และจากความรู้สึกดังกล่าวนี้ กำลังกลบเกลื่อนความทุกข์ร้อนอันแสนสาหัสจากการถูกกระทำมาหลายสิบปี จนกลายเป็นความชอบธรรมของกลุ่มคนที่ได้เข้ามาจำกัดสิทธิการทำกิน ด้วยการยึดครองพื้นที่สาธารณะทางทะเลอ่าวบ้านดอนของพวกเราได้อีกต่อไป

ด้วยความนับถือ
เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านอ่าวบ้านดอน สุราษฎร์ธานี
12 มิถุนายน 2563


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *