เปิด 4 เหตุผลที่รัฐต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อและกฎหมายปกติมาควบคุมโควิดก็เพียงพอ กับ ส.รัตนมณี พลกล้า

เปิด 4 เหตุผลที่รัฐต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อและกฎหมายปกติมาควบคุมโควิดก็เพียงพอ กับ ส.รัตนมณี พลกล้า

“มันกลายเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องการควบคุมโรคแต่เป็นการควบคุมสิทธิเสรีภาพของประชาชน” เปิด 4 เหตุผลที่รัฐต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อและกฎหมายปกติมาควบคุมโควิดก็เพียงพอ กับ ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความและผู้ประสานงานมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนในฐานะตัวแทนเครือข่ายประชาชน 5 ภูมิภาค

“เราไม่ได้บอกว่าสถานการณ์ประเทศไทยเรื่องโควิดมันปลอดภัยถึงขั้นที่สุดแล้วก็คงไม่ใช่ แต่เรามีกฎหมายอื่น ที่จะควบคุมได้ เช่น พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ร.บ.ด้านสาธารณสุขต่างๆ มันให้อำนาจหน่วยงานในการจัดการเรื่องพวกนี้”

เนื่องจากตอนนี้สถานการณ์โรคโควิด-19 ดูจะคลี่คลายลง แต่ปัญหาคือสถานการณ์ของประชาชนไม่ได้คลี่คลายไปด้วย ในช่วงระหว่างสถานการณ์โรคโควิด มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พวกกิจกรรมโครงการต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและประชาชน ก็ยังสามารถเดินต่อไปได้ เช่น กรณีที่ ศอ.บต. จะมีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเรื่องกรณีจะนะ โดยจะจัดประชุมในเดือน พ.ค. ทั้งๆ ที่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อยู่ ซึ่งประเด็นนี้กลายเป็นหน่วยงานรัฐคิดจัดเองด้วยซ้ำ

“แต่ว่าในช่วงขณะเดียวกันชาวบ้านก็ไม่สามารถออกมาชุมนุมเรียกร้อง คัดค้านอะไรได้ ทำได้แค่เดินทางไป ยื่นหนังสือ ซึ่งบางครั้งมันก็ไม่เห็นพลังของชาวบ้าน หรือพลังของประชาชนที่ต้องการเรียกร้องเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่กรณีนี้ก็มีการยกเลิกไปเพราะมีน้องผู้หญิงออกมาเรียกร้อง ทำให้ ศอ.บต. เลื่อนไปโดยอ้างว่ามี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นที่ประกาศจะทำก็ยังมีภาวะนั้นอยู่เหมือนกัน” ส.รัตนมณี พลกล้า ระบุ

เธอระบุด้วยว่า เมื่อมีกิจกรรมชาวบ้านก็จะถูกคุกคาม เช่น ที่บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ชาวบ้านออกมาเรียกร้องให้กระบวนการเหมืองแร่ยุติไปก่อนในระหว่างนี้ โดยการออกมาก็ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ทั้งยืนห่าง ใส่หน้ากากอนามัย แต่ก็ถูกเรียกไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ หรืออีกกรณีชาวบ้านหาดม่วงงามคัดค้านโครงการกัดเซาะชายฝั่ง โดยชาวบ้านไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีโครงการนี้ จู่ๆ ก็มีผู้รับเหมามาทำอยู่บนชายหาด เขาก็เรียกร้อง จัดกิจกรรม ทำหนังสือถึงตำรวจตามกระบวนการ มีการแจ้งมีคนประมาณยี่สิบระบุชัดเจน โดยมีมาตรการระยะห่างทางสังคม ใส่หน้ากาก แต่ตำรวจไม่อนุญาตอ้างว่ามี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และสถานการณ์โควิด หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้น ตำรวจเป็นร้อยนายก็มาที่ชายหาดตามหา ตามเช็คชาวบ้านว่าใครทำอะไร

“มันกลายเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องการควบคุมโรคแต่เป็นการควบคุมสิทธิเสรีภาพของประชาชนเราไม่ได้บอกว่าสถานการณ์ประเทศไทยเรื่องโควิดมันปลอดภัยถึงขั้นที่สุดแล้วก็คงไม่ใช่ แต่เรามีกฎหมายอื่น ที่จะควบคุมได้ เช่น พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ร.บ.ด้านสาธารณสุขต่างๆ มันให้อำนาจหน่วยงานในการจัดการเรื่องพวกนี้ และเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดูแลคุ้มครองประชาชนอยู่แล้ว พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่น่ามีความจำเป็นอีกแล้ว ไม่ควรที่จะต่อ ไปในเดือนมิถุนายน ไม่เช่นนั้นสถานการณ์จะแย่ลง และการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มันไม่ใช่เรื่องแค่ให้อำนาจในการประกาศเคอร์ฟิว แต่ พ.ร.ก. ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้ามามีอำนาจลักษณะเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น เรื่องการจับกุมคุมขัง หรือเรื่องการไม่ต้องรับผิดหรือการฟ้องร้องคดีต่อศาลปกครองได้ ในเรื่องเหล่านี้มันเป็นปัญหา ฉะนั้นมันจึงไม่มีความจำเป็นแล้ว แต่เรายังมองว่ามีความจำเป็นที่จะใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อควบคุมโรคต่อไป” ส.รัตนมณี กล่าว

กฎหมายอื่นช่วยจัดการดูแลความปลอดภัยของประชาชนได้โดยที่ไม่ไปจำกัดสิทธิเสรีภาพด้านอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรค และต้องดูว่ามันมีความจำเป็นประกาศเคอร์ฟิวหรือไม่ ภายใต้สถานการณ์ ควบคุมโรค หากระบุว่าประกาศเคอร์ฟิวเพื่อไม่ให้คนออกมาเที่ยว เราก็ควรไปควบคุมเรื่องพื้นที่ท่องเที่ยว ควบคุมกิจกรรมว่าจะทำอย่างไร ซึ่งต้องยอมรับว่าภาคธุรกิจเดือดร้อนหนักมากแต่กลายเป็นว่า พอเจอเคอร์ฟิว เขายิ่งทำอะไรไม่ได้เลย แทนที่จะควบคุมด้วยการสั่งให้เขาปิด ทำไมเราไม่ควบคุมด้วยการใช้กระบวนการอย่างไรให้มี ระยะห่างทางสังคม การป้องกันใส่หน้ากาก ใช้เจลล้างมือ แทน

“เช่นเดียวกับกรณีเปิดห้าง เราต้องระลึกว่าพอปิดสถานประกอบการ ผลกระทบไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการ แต่ผลกระทบ คือ ลูกจ้างที่เขาจะไม่มีงานทำ ลูกจ้างรายวันสำคัญมาก กระทบมากที่สุด ถ้าไม่ทำงานไม่ได้รับค่าแรงส่วนรายเดือนผู้ประกอบการจะจ่ายเงินเดือนได้อีกกี่มากน้อย นับตั้งแต่มีนาคมถึงพฤษภาคมแล้ว จ่ายโดยไม่มีรายได้เข้ามา มันไม่มีผู้ประกอบการคนไหนจะอยู่ได้ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ก็ตาม มันไม่ใช่กระทบแค่กับชุมชนที่เขาอยู่ในภาวะเผชิญหน้า แต่ในเรื่องแรงงานด้วยเช่นเดียวกัน”

เครือข่ายประชาชน 5 ภูมิภาค ขอเชิญชวนประชาชนลงชื่อเรียกร้องให้รัฐยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเสนอให้รัฐใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อและกฏหมายปกติก็เพียงพอแล้ว โดยสามารถร่วมลงชื่อได้ที่ลิงค์ดังกล่าวนี้ https://bit.ly/2MoV1HZ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *