ปกป้องจะนะ #SaveChana ทำไมกัน?

วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 เป็นวันที่คนหลายกลุ่มลุกขึ้นมาเขียน Hashtag #SaveChana #หยุดนิคมอุตสาหกรรมฯจะนะ #ปกป้องแหล่งผลิตอาหาร พวกเขาแสดงออกแบบนั้นเพื่ออะไรกัน ทำไมต้อง จะนะ หรือ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หรือพวกเขาไม่มีอะไรทำกันหรืออย่างไร เหตุการณ์นี้หากใครยังอยู่นอกวงการ หรือไม่ได้ติดตาม ก็อาจจะตั้งคำถามเช่นนี้ขึ้นมา รัวๆ ได้ เรามาดูเหตุผลของแต่ละคนกันเลยว่า “ทำไมต้องปกป้องจะนะ”

ก่อนอื่นต้องพาย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 การประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบในหลักการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ในชื่อเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต และการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารเขตพื้นที่พัฒนาเฉพาะกิจเมืองต้นแบบอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ตามที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ได้เสนอต่อครม. ซึ่งมีกรอบแผนงานโครงการ ตั้งแต่ปี 2562-2566 ประกอบด้วย แผนการพัฒนาท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 เป็นท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 วางแผนและลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า พลังงานทางเลือก Energy Complex  ก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะนะ นอกจากนั้น แผนการดังกล่าวดูจะขี้โม้ไปหน่อย เรื่องการบริหารจัดการด้านน้ำและสิ่งแวดล้อม และการจัดตั้งกองทุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหากทบทวนบทเรียนจากหลาย ๆ นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศที่ผ่านมา ก็ยังพบปัญหาอีกนานัปการในเรื่องนี้

แถมรัฐบาลยังได้สร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนให้เข้าไปลงทุนในพื้นที่ ด้วย 4 มาตรการ ที่ฟังดูแล้วเอื้อกันอย่างสนุกนึก ด้วยงบประมาณแผ่นดินที่เก็บรวบรวมมาจากภาษีของประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้แก่ 1)มาตรการการรักษาความปลอดภัย โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยภาครัฐ 2)สนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัยส่วนต่างอย่างน้อยร้อยละ 50 3)การใช้สิทธิประโยชน์ทางการคลังและการเงินแก่ภาคธุรกิจ และ 4)การลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธินิติกรรมการโอนและการจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุด

ซึ่งหลายฝ่ายต่างก็จับตามองกันอย่างทะลุทะลวงว่า โครงการท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะนะ และการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบ ภายใต้เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต จะสร้างผลกระทบต่อการดำรงชีวิตผู้คน สังคม และชุมชน รวมถึงระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมของอำเภอจะนะ ที่จะมีชะตากรรมไม่ต่างจากมาบตาพุด จ.ระยอง ในปัจจุบัน

สำหรับเหตุและผลของการออกมาเคลื่อนไหวออนไลน์ ในวันครบรอบ 1 ปี ของมติ ครม. ดังกล่าว ซึ่งอยู่ในช่วงวิฤตการระบาดของโรคโควิด-19 พอดี ทำให้ไม่สามารถจะรวบตัวชุมนุมกันในที่สาธารณะได้ เนื่องจากอยู่ภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสของรัฐบาลครั้งนี้ โดยเริ่มจาก นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวพัทลุง ระบุว่า

“ง่าย ๆ แบบไม่ซับซ้อนกับกรณีนิคมอุตสาหกรรมจะนะ คือดิวกันแล้วก็ต้องให้สุด”

  1. ช่วยกันแล้วก็ช่วยกันให้สุด งั้นเอาไป 1.8 หมื่นล้าน
  2. นักการเมืองสงขลา กว้านซื้อที่ดินไว้นานแล้วจำนวนมหาศาล รัฐให้เงินคราวนี้1.8 หมื่นล้าน ปันกันทั่ว
  3. หน้าข้าราชการ รับหน้าที่งานภาคสนาม ทำงานมวลชน ให้กับ นิคมอุตสาหกรรมเอกชน รับทรัพย์อื้อ
  4. บริษัทรับทำอีไอเอรับทรัพย์หลายร้อยล้าน
  5. ยังมีค่าหัวคิวกับพวกคนใหญ่คนโตอีกหลายคน
69488980_915107972215368_2199461419525603328_o
นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล

และเขายังได้ตั้งคำถามชวนหัวเพิ่มเติมอีกว่า “ส่วนเหตุผลนั้นขี้หมาทั้งเพ จ้างงานเพิ่ม-เศรษฐกิจโต-คนท้องถิ่นรวย คำถามง่าย ๆ มีนิคมอุตสาหกรรมที่ไหนในโลกที่ทำให้ชาวบ้านรวย นอกจากทำลายอาชีพเขาหมดจนเขาต้องไปใช้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม”

“ขี้กรากกันทั้งนั้น พวกคุณเพียงจะปั่นราคาที่ดินกัน เอาเงินรัฐสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ท่าเรือแล้วขายต่อให้นักลงทุน… พวกคุณรวยแต่ทรัพยากรของประชาชนหายนะ

“ลืมบอกไปว่านิคมอุตสาหกรรมจะนะที่ตั้งขึ้นมันเป็นนิคมเอกชน

“หลายประเทศพยายามอย่างยิ่งที่จะเก็บรักษาแหล่งอาหารไว้ รักษาน้ำ รักษาอากาศดีดี เพราะมันกินได้ มันหายใจเข้าไปได้ มันจะไม่วิบัติเวลาเกิดภัย

“เราไม่ได้ค้านการพัฒนา แต่พอแล้วหรือยังกับการพัฒนาแบบนี้ ไม่ใช่ที่ไหนอุดมสมบูรณ์พวกคุณต้องแย่งมันมาทำลาย

“พ.ร.บ. อีอีซี ที่ยกแผ่นดินตะวันออกให้ต่างชาติมาทำอุตสาหกรรมยังไม่พอหรือ

“นิคมอุตสาหกรรมฉลุงที่สงขลา เป็นป่าช้าหรือยัง?

“นิคมอุตสาหกรรมทำลายมาแล้วหลายที่ ยังจะทำลายแหล่งอาหารเพิ่มอีก เราเหลือแผ่นดินที่สมบูรณ์อีกกี่พื้นที่ในประเทศนี้

“ถึงเวลาที่ประเทศนี้ต้องกำหนดตำแหน่งแห่งที่ของการพัฒนาให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้น แผ่นดินที่ได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ระดับโลกจะถึงกาลวิบัติ

“ง่าย ๆ นะครับประยุทธ์ให้เงินมา1.8 หมื่นล้าน มีกลุ่มทุนใหญ่มา 2 กลุ่มคือ กลุ่มประชัยกับกลุ่มไออาพีซี ได้ประโยชน์

“นักการเมืองสงขลา อิ่มเพราะกว้านซื้อที่ดินไว้นานแล้วจำนวนมหาศาล ข้าราชการรับหน้าที่ฝ่ายมวลชน รัฐผลิตกฎหมาย เพื่อบังคับคนให้เกิดนิคม

“ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ถ้าจะพรากแผ่นดินไปจากประชาชนก็ลองดู ทะเลนี้ไม่ใช่ของคนสงขลาเพียงลำพังแต่คือสมบัติของคนทั้งประเทศ” ประสิทธิ์ชัย โพสเฟสบุ๊กส่วนตัว

83827521_10157843486647225_6410092969629581312_n
ผศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม

คนต่อมา เป็นนักวิชาการจากจุฬาฯ ผศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ไม่เห็นว่าจะมีโครงสร้างเรื่องอนาคตที่ก้าวหน้าไว้อย่างไร

“ผมไม่เห็นการวางแผนพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตที่ก้าวหน้า ร่วมกับคนในพื้นที่

“ผมไม่เห็นการอนุรักษ์ ป่าสันทรายชายหาด ที่อุดมสมบูรณ์อันเกิดจากธรรมชาติที่ใช้เวลากว่า 6,000 ปี

“ผมไม่เห็นการ อนุรักษ์ทะเลจะนะ ที่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์น้ำมากกว่า 140 สายพันธุ์ มี เต่าทะเล โลมา และฉลามวาฬ

“ผมไม่เห็นความก้าวหน้าที่ต่อยอดจาก ภูมิปัญญาท้องถิ่น ของชาวบ้าน ชาวประมง ที่เขาจับสัตว์น้ำด้วยวิธีพื้นบ้าน ฟังเสียงปลา ดุหลำ สร้างปะการังเทียม อุหยำ

“ผมเห็นแต่มติ ครม. ที่ออกโดยคนที่ผมเชื่อว่า ไม่เคยเห็นพื้นที่ ไม่เคยคุยกับชาวบ้าน และมีผลประโยชน์ทางธุรกิจแอบแฝง

“ผมเห็นการสร้างท่าเรือน้ำลึกที่อันเดิมที่มีอยู่ก็ยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่

“ผมเห็นการสร้างโรงไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรม ที่เอาจริงๆ ไปสร้างที่ไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพแบบนี้

“ผมเห็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

“ผมเห็นการทำลายชุมชน ทำลายสังคม ทำลายวัฒนธรรม

“ผมเห็นว่าหากเดินหน้าโครงการแบบนี้ต่อไป จะนะจะไม่ใช่เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต แต่ผมเห็นว่า มติ ครม. นี่จะสร้างตราบาปให้ จะนะ และ ครม.ที่ลงมติแบบนี้ ตลอดไป” ผศ.ดร.ปิติ โพสเฟสบุ๊กพร้อม Hashtag #SaveChana #Saveสวนกง #หยุดนิคมอุตสาหกรรมจะนะ

และทิ้งท้าย “ทะเลจะนะแหล่งผลิตอาหารของทุกคน”

82222891_10157884514677246_4650139719621935104_n
นายศศิน เฉลิมลาภ

ด้านนายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มาด้วยข้อความสั้น ๆ ว่า “ผมไม่เห็นด้วยกับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีท่าเรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ปากบารา สตูล และเชื่อมต่อมายังอำเภอจะนะ สงขลาครับ ตอนนี้ที่ปากบาราระงับไปแล้ว แต่จะนะยังอยู่ เปลี่ยนแผนไปอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรอย่างยั่งยืนดีกว่าครับ#Savechana

93964408_725573771314753_7393017053025665024_n
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

ซึ่งมีที่มาจากก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 6 พ.ค. นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ได้โพสเชิญชวนชาวเน็ตร่วมแสดงออก Mob from Home เพื่อแสดงออกการไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลที่มุ่งจะเปลี่ยนอำเภอจะนะเป็นมาบตาพุด โดยเขียน แชร์ แสดงออก ทางสื่อโซเชียล ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 โดยพร้อมเพรียงกัน พร้อมติด #SaveChana เพื่อปกป้องจะนะอันอุดมสมบูรณ์ร่วมกัน โดยระบุว่า จะนะสีม่วง ปิดตำนานจะนะดินแดนแหล่งผลิตอาหารอันอุดมสมบูรณ์

“นโยบายของรัฐบาลประยุทธ์ในยุคเผด็จการ คสช. ได้อนุมัติให้อำเภอจะนะเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหนักของภาคใต้ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลประยุทธในยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ ได้ผลักดันต่อเนื่องหลายประการ สานฝันนายทุนใหญ่ให้จะนะเป็นนิคมอุตสาหกรรมใหญ่ 16,700 ไร่ ซึ่งเป็นนิคมเอกชน ไม่ใช่นิคมของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

“ภารกิจที่ได้ผลักดันไปแล้ว 3 ภารกิจใหญ่คือ

  1. ประกาศให้จะนะเป็นเขตพื้นที่พิเศษเฉพาะกิจตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.ศอ.บต. คล้ายกับการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเอื้อให้ภาครัฐสามารถงดเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายและเอื้อสิทธิประโยชน์ลดแลกแจกแถมให้จูงใจนักลงทุนมากขึ้น
  2. รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณวงเงิน 18,400 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นที่ เช่น การขยายถนน ขยายไฟฟ้า สร้างธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งหมดนี้เสมือนเอาภาษีประชาชนมาเอื้อต่อเอกชนนายทุนรายใหญ่ ทั้ง ๆ ที่แท้จริงเอกชนควรลงทุนเอง
  3. รัฐบาลกำหนดให้มีโรงไฟฟ้าอย่างน้อย 3,700 เมกะวัตต์ และให้เป็นโรงไฟฟ้าของเอกชน โดยที่ กฟผ. ก็มีความพร้อมแต่ต้องอ้าปากค้าง เพราะรัฐบาลยกให้เอกชนโฉบเอาไปกินหน้าตาเฉย

“เหลือภารกิจที่ 4 ที่ทางรัฐบาลสั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เดินหน้าเปลี่ยนผังเมืองจะนะ จากพื้นที่สีเขียวมาเป็นพื้นที่สีม่วง คือเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ โดยเปลี่ยนเป็นสีม่วงเน้นในส่วนของที่ดินที่เอกชนรวบรวมกว้านซื้อไว้ได้แล้ว ซึ่งโดยขั้นตอนต้องมีการเปิดเวทีรับฟังความเห็นในช่วง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และโควิดนี้ ซึ่งก็คงผ่านฉลุยตามระเบียบ

“ไม่นับภารกิจที่นายทุนเขาเดินหน้าเต็มตัวไปแล้วในการกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านเป็นหมื่นไร่ “จะขายไม่ขาย ถ้าไม่ขายโรงงงานขึ้นล้อมไว้หมด จะอยู่ไม่ได้ ตอนนี้ราคาไร่ละ 300,000 ไม่เอา ต่อไปต้องขายถูก ๆ อาจถูกเวนคืนได้ไม่กี่บาท” ด้วยสารพัดวิชา การรวบรวมดินเป็นหมื่นไร่ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

“พื้นที่ตำบลริมทะเลในอำเภอจะนะกำลังจะเป็นสีม่วง ปิดตำนานจะนะดินแดนแหล่งผลิตอาหารอันอุดมสมบูรณ์” นพ.สุภัทร โพสเชิญชวน

96017573_735682580303872_6696992318236393472_n
แผนผังพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าจะนะ ภาพจาก เพจ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *