เขตคลองเตยบุกรื้อตลาดยามวิกาล! ซ้ำเติมประชาชนในยามวิกฤตโควิด-19

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เขตคลองเตยร่วมกับเทศกิจจำนวนประมาณ 30 คน บุกเข้ารื้อถอนตลาดลาวคลองเตยในยามวิกาล ขณะที่รัฐบาลประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก ฉุกเฉิน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีกลุ่มผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบกว่า 80 คน ซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่หาเช้ากินค่ำได้ออกมารวมตัว เพื่อรอฟังคำชี้แจงจากผู้อำนวยการเขตคลองเตยที่นำเจ้าหน้าที่และเทศกิจเข้ารื้อถอนตลาดลาวครั้งนี้ แต่ก็ไร้คำอธิบายใดใด กลุ่มผู้ค้าจึงชูป้ายขับไล่และขัดขวางการดำเนินการดังกล่าว ก่อนที่จะมีการถอนกำลังของเจ้าหน้าที่ในที่สุด

จากการที่ เมื่อต้นเดือนเมษายน 2563 สำนักงานเขตคลองเตยได้มีประกาศสำนักงานเขต เรื่อง การปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณตลาดริมคลองหัวลำโพง ถนนพระราม 4 เพื่อประกาศให้กลุ่มผู้ค้าตลาดริมคลองหัวลำโพง (ตลาดลาวคลองเตย) เคลื่อนย้ายวัสดุอุปกรณ์ทำการค้าออกจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวภายใน 30 วัน เพื่อสำนักงานเขตคลองเตย จะเข้าดำเนินการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์และผิวจราจรตามขั้นตอนการใช้จ่ายงบประมาณของ กทม. นั้น

นายเรวัตร ชอบธรรม ประธานเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เผยว่า เคยได้ร่วมปรึกษาหารือกับผู้อำนวยการเขตคลองเตยในประเด็นข้างต้นแล้ว เมื่อวันที่ 30 เมษายน เพื่อขอให้พิจารณาการรื้อถอนตลาดลาวที่จะส่งกระทบกับกลุ่มผู้ค้าเป็นจำนวนมากในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แต่กลับได้รับคำยืนยันจะมีการรื้อถอนตลาดลาวคลองเตยอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะเริ่มรื้อถอนหลังคาก่อน และให้ผู้ค้าที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวย้ายไปยังพื้นที่อื่น โดยไม่มีการระบุวันรื้อถอน และมาตรการรองรับความเดือดร้อนที่กลุ่มผู้ค้า ไม่มีแม้กระทั่งการวางแผนล่วงหน้าให้ผู้ค้าได้มีพื้นที่ทำกินในสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้ ไม่ต่างอะไรกับการลอยแพผู้ค้า

“มีเพียงคำพูดจากเจ้าหน้าที่่เท่านั้นที่พูดว่าจะหาสถานที่ทดแทนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่ผู้ค้าก็ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้นเป็นเท่าตัว และปัจจัยสำคัญคือเมื่อเขาย้ายเข้าไปขายที่ใหม่ เขาจะสามารถขายได้เหมือนเดิมรึเปล่า และจะมีหน่วยงานไหนการันตีรายได้ไหม อย่าลืมว่ากำไรที่ได้จากการค้าขายเพียงพอแค่เลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัวเท่านั้น ในขณะเดียวกันก็ยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐออกมาให้ความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว และยังไม่มีการการันตีว่าสถานที่ใหม่ที่หาให้กลุ่มผู้ค้านั้นจะสามารถเข้าไปใช้พื้นที่ได้ครบทุกคน เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่เขาขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว และเขายังเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือใดใด จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแม้กระทั่งเงินเยียวยา 5,000 บาทจากรัฐบาล ในขณะที่ทุกคนนั้นต้องกินต้องใช้ต้องดำรงชีวิต” นายเรวัตรกล่าว


 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *