#Saveหาดม่วงงาม “โปรดฟังเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเรา”

หนึ่งในหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นพูดถึงในชั้นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 คือการตั้งคำถาม ว่า ผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนโครงสร้างแข็งเพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ชี้ว่านอกจากจะไม่สามารถยับยั้งความเสียหายต่อชายฝั่งแล้วกลับยิ่งทำให้เกิดการกัดเซาะต่อเนื่องไม่รู้จบ สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินรวมกันหลายหมื่นล้านบาท สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทักท้วงถึงการใช้งบประมาณว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่

การกัดเซาะชายฝั่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของการเติมแทนที่เม็ดทรายที่ถูกกัดเซาะบริเวณดังกล่าว การดักเซาะที่เกิดขึ้นเป็นผลจากคลื่นลมธรรมชาติเกิดพัดเข้าพัดออกของลมทะเล ดังนั้นหากภาครัฐต้องการแก้ไขปัญหาดังกล่าวก็ควรที่ศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้าน องค์ความรู้ต่าง ๆ สำคัญเป็นอย่างมากในการอนุรักษ์ชายฝั่งท้องทะเล 

“โปรดฟังเสียงเล็กๆ น้อยๆ ของเรา” คือ ประโยคบอกเล่าสั้น ๆ ของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ที่เขียนใส่กระดาษ A4 ตัวบรรจงเต็มบรรทัด และยังมีอีกหลากหลายข้อความที่ไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดง วัยรุ่น กลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือผู้ใหญ่กลุ่มวัยทำงาน พร้อมใจกันเขียน เพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐรับเสียงของชาวบ้านในพื้นที่ที่มีความกังวลใจในประเด็น “การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนลงมือสร้างกำแพงกันคลื่นหาดม่วงงาม” 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้กระแสติดแฮชแท็ก #Saveหาดม่วงงาม ไม่ได้เทรดอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ แต่ก็ทำให้ภาคประชาชนที่อนุรักษ์ทะเลชายฝั่งได้ออกมาเคลื่อนไหวอยู่บ้างในโลกออนไลน์ ที่ลุกขึ้นมาสื่อสาร ร่วมด้วยช่วยกันส่งต่อพลัง ส่งต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น ที่บอกเล่าความรู้สึก ความผูกพันที่มีต่อชายหาดม่วงงาม และสิ่งที่พวกเขาต้องการถ่ายทอดเรื่องราวให้กับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้ คือ กำแพงกันคลื่นริมหาดม่วงงามที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมชายฝั่งไม่ว่าจะเป็นโดยทางตรงหรือทางอ้อม 

สืบเนื่องจากเครือข่ายประชาชนรักษ์หาดม่วงงามยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ขอให้ระงับการก่อสร้าง เนื่องจากเห็นว่าหาดม่วงงามไม่ได้มีสภาพที่ถูกกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง จึงไม่มีความจำเป็นในการสร้างเขื่อน อีกทั้งการดำเนินการโครงการฯ ไม่เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย และไม่มีการเปิดเผยข้อมูล โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ทราบหลังจากเสร็จโครงการในวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา 

หาดม่วงงาม-01
หาดม่วงงาม : ภาพจาก Site.Google

ล่าสุดเมื่อวานที่ผ่านมา (1 พฤษภาคม) เว็บไซต์ข่าวสงขลาทูเดย์ ได้รายงานว่า นายนฤทธิ์ มงคลศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต นายอำเภอสิงหนคร และ นายประสาน เหล๊าะเหม นายกเทศมนตรีเมืองม่วงงาม ลงพื้นที่บริเวณโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล เพื่อตรวจสอบการดำเนินโครงการฯ

อ่านเพิ่มเติม “รองผู้ว่าฯสงขลา” ตรวจเขื่อนม่วงงามหลังถูกร้องให้ระงับโครงการฯ ย้ำเทศบาลเร่งทำความเข้าใจ-สงขลาทูเดย์

“หลังจากได้ดูเอกสารและรับทราบข้อมูลจากการศึกษาวิจัย พบว่า บริเวณชายหาดถูกกัดเซาะไปมาก และในอนาคตบริเวณนี้จะเกิดการกัดเซาะที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆซึ่งคาดว่าอีกประมาณ 5-10 จะกัดเซาะเข้าไปจากเดิมเป็น 100 เมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชน ทางเทศบาลเมืองม่วงงามจึงร่วมกับกองโยธาและผังเมืองเข้ามาแก้ปัญหา ซึ่งจากเอกสารข้อมูลยังพบว่าโครงการดังกล่าวได้ผ่านขั้นตอนตามกฎหมาย 

ส่วนโครงการฯ จะระงับหรือไม่นั้นต้องมาดูข้อเท็จจริงกันอีกครั้ง” รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวเพิ่มเติมกับสื่อท้องถิ่น 

ซึ่งข้อมูลดังกล่าวขัดแย้งกับตัวแทนจากภาคประชาชนที่ได้โพสต์ข้อมูลผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ว่า ตนได้สืบค้นข้อมูลมาจากแหล่งวิขาการหลายๆ แหล่งระบุว่า ตั้งเเต่ปี 2013 (7 ปีที่เเล้ว) จนมาถึงปัจจุบันนั้น ณ บริเวณหาดม่วงงามนั้นไม่ได้มีการกัดเซาะอย่างรุนแรงอย่างที่เป็นข่าว สภาพชายหาดจากภาพถ่ายดาวเทียม แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชายหาด ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงแต่อย่างใด

ด้าน ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในเวทีเสวนา กำแพงและกองหินกันคลื่น ยิ่งสร้าง ยิ่งพัง (เมื่อไม่ต้องทำ EIA) จริงหรือ ? จัดโดย ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews ณ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมาว่า เราเชื่อว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนจะต้องอยู่บนฐานของสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เรามองว่า EIA คือเครื่องมือในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญเครื่องมือหนึ่งที่ประเทศนี้มีใช้อยู่ ในเอกสารที่กรมทะเลทำสรุปรายงานคณะรัฐมนตรี เรื่องแนวทางแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่ง เรารีวิวให้เห็นว่าเครื่องมือที่เราใช้ คือมาตรการขาว เขียว เทา กิจกรรมไหนทำแล้วต้องระวังที่สุด ไม่ได้แปลว่าไม่ดีหรือไม่ควรทำ แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบที่สุดเพราะมันอาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดก็คือเรื่องกำแพงกันคลื่น รองลงมาคือเขื่อนหินทิ้ง รอดักทราย

barrierwave-pinsuk
ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี : ภาพจาก นิตยสารสารคดี

ในที่ประชุมทุกคนเห็นภาพตรงกันว่าการสร้างกำแพงกันคลื่อนเป็นเครื่องมือหนึ่งในการแก้ไขปัญหา ถ้าทำถูกวิธี ทำถูกต้อง ทำถูกจุด ถูกเวลาก็อาจมีประโยชน์มากกว่ามีโทษ แต่ถ้าทำผิดที่ ผิดเวลา ทำโดยไม่ได้เอาองค์ความรู้ไปใส่ มันก็อาจมีผลกระทบต่อเนื่องมา รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติม

คำถาม คือ ประเทศไทยต้องจัดสรรงบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลอีกนานเท่าไหร่กัน เมื่อเกิดการทักท้วงถึงการใช้งบประมาณว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ในเมื่อไม่สามารถยับยั้งและไม่สามารถแก้ไขความเสียหายที่มีต่อชายฝั่ง แต่กลับยิ่งทำให้เกิดการกัดเซาะต่อเนื่องไม่รู้จบ การแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการเดิมๆ “ต่อไปเรื่อยๆ” แถมซ้ำทางภาครัฐไม่มีแม้กระทั่งข้อมูลระบุสาเหตุและความจำเป็นของโครงการฯ เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันกับภาคประชาสังคมในชุมชนที่ได้รับผลกระทบ 

ยกตัวอย่างเช่น เขื่อนกั้นคลื่นที่หาดแสงจันทร์ เมื่อปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น การแก้ไขจึงเกิดตามมา หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้มีการสร้างเขื่อนกันคลื่นเพื่อหยุดยั้งการกัดเซาะดังกล่าว แต่เนื่องจากความไม่รู้ถึงธรรมชาติของคลื่น-ลมและการกัดเซาะ ทำให้สร้างเขื่อนเป็นเขื่อนหินและวางเป็นช่วงๆตลอดชายหาด “การทำเช่นนี้มันก็คือการจำลองท่าเรือทั้งสองแห่งมาไว้ใกล้ๆ กันนั่นเอง” ผลก็คือชายหาดทั้งแนวถูกคลื่น-ลมกัดเซาะเป็นช่วงๆ #จนกลายเป็นรูปเกือกม้าดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าจะเกิดการกัดเซาะเข้ามาในแผ่นดินอีกต่อไป อ่านเพิ่มเติมที่ Green News Thailand 

สอดคล้องกับข้อมูลจากทางด้านอาจารย์ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ชายหาดที่มีความลาดเอียงเป็นตัวกระจายความแรงของคลื่นอยู่ในธรรมชาติที่ดีที่สุด ไม่มีสิ่งก่อสร้างใด ๆ ในทะเลที่จะมีความแข็งแรงต้านแรงคลื่น ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนกำแพงทั้งแบบคอนกรีตหรือแนวหิน หรือกำแพงทั้งในแนวดิ่งหรือเป็นขั้นบันไดก็ตาม จะสังเกตได้ว่า พื้นที่ไหนที่มีการสร้างกำแพงไม่นานกำแพงจะพังลง เพราะโครงสร้างที่แข็งจะทำให้เกิดกระแสน้ำขุดลึกลงไปใต้ฐานของกำแพงจนเมื่อทรายด้านล่างหมดไป กำแพงก็พังลงมา อย่างกรณีที่ ชายหาดพัทยา ก็เป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจน

barrierwave-sakanan
อาจารย์ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง : ภาพโดย นิตยสารสารคดี

การมีสิ่งกีดขวางคลื่น จะทำให้คลื่นเกิดกระแสที่เลี้ยวเบน ส่งผลต่อพื้นที่รอบข้าง ทำให้ชายหาดบริเวณนั้นค่อยๆ ลดลงไป และนั้นจะทวีความรุนแรงของการกัดเซาะ แต่กลับกัน หากมีชายหาด ไม่ว่าคลื่นจะแรงขนาดไหน สุดท้ายความลาดเอียงของหาดจะทำให้ คลื่นค่อยๆ สลายแรงลง หรือหากจะมีการเอ่อล้นของน้ำในบางฤดูกาลบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ปัจจัยร่วมที่เกิดจากการที่เราไปสร้างสิ่งกีดขวาง เช่น กำแพงหรือเขื่อนกันคลื่น ซึ่งในระยะสั้นสิ่งก่อสร้างเหล่านี้สามารถป้องกันการกัดเซาะของคลื่นได้ แต่อาจจะสร้างปัญหาให้พื้นที่ในอนาคตต่อไปได้ การสร้างสิ่งก่อสร้างดังกล่าวอาจไปขัดขวางการเคลื่อนตัวของทราย แต่ด้วยปีนี้ความแรงของคลื่นจะแรงเป็นพิเศษ เพราะเป็นปีของปรากฏการณ์ลานินญา ซึ่งจะเกิดลมฝนและคลื่นค่อนข้างแรงบริเวณภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ที่ต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่ได้เกิดปรากฎการณ์เอลนีโญ (น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูง ทะเลนิ่งเงียบเป็นเวลานาน) ผนวกกับปัจจุบันโลกของเรากำลังเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก (Climate change) ซึ่งจะมีความรุนแรงของสภาวะภูมิอากาศของโลกเป็นอย่างมาก ซึ่งจากเดิมเมื่อ 20 กว่าปีก่อน โลกของเราเผชิญกับยุคโลกร้อน (global warming) และสถานการณ์ต่อไปในอนาคตที่เราจะเจอ คือ Global change ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ”

ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นปัญหาที่เกิดจากความไม่สมดุลของระบบนิเวศ  การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยความรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเลเฉพาะด้าน ต้องอาศัยความเข้าใจทั้งเรื่องสมุทรศาสตร์ ฟิสิกส์ น้ำขึ้นน้ำลง กระแสน้ำ คลื่น ลม และระบบนิเวศ ควรศึกษาอย่างละเอียดให้รอบด้าน องค์ความรู้ต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากในการอนุรักษ์ชายฝั่งทะเล รวมถึงควรกำหนดให้มีการให้รายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA)

ไม่ว่ามือของใคร (จากภาครัฐ หรือภาคประชาชน) จะเป็นคนถือข้อมูลที่ถูกต้อง และอย่าลืมว่า “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว” และทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงข้อมูล ข้อเท็จจริง?

95307815_1865327203601993_3401027642122567680_o
#SAVEหาดม่วงงาม ภาพจาก เพจ Beach for Life

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *