ไทยแลนด์ ดินแดนแห่งขยะมือสอง

“นับแต่ปี 2561 เป็นต้นมาจีนปิดรับขยะจากทั่วโลกที่นำมาจัดการที่นี่ ทีนี้มันไปที่ไหน มันก็กระจายออกไปยังประเทศอื่นๆ และ ส่วนหนึ่งมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น”

ยังจำเสียงของ สมนึก จงมีวศิน ที่ให้สัมภาษณ์เอาไว้ที่วัดท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

หากจัดอันดับในอาเซียนปีพ.ศ.2561 – 2562 ในการนำเข้าขยะพลาสติก ประเทศไทยรับขยะมือสองหลังจีนปิดประเทศตามข้อมูลอยู่ในอันดับที่สามที่ 481,381 ตัน รองจากมาเลเซียและเวียดนาม ในขณะเดียวกันการวิจัยของมูลนิธิบูรณะนิเวศ ที่เปิดเผยมาในวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ประเทศไทยไม่ได้รับมาแต่เพียงขยะพลาสติกเท่านั้น

dFQROr7oWzulq5FZYSITaSNRHss9uKJAlBnPCogTHmE1PpNwQbGqmXxfyDwLUaAbBL2
ขยะนำเข้าในตู้คอนเทรนเนอร์ ภาพโดย สยามรัฐ

ราวเดือนกุมภาพันธ์มีโอกาสได้พูดคุยกับ ‘คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง’ ประธานมูลนิธิบูรณะนิเวศสถานการณ์การนำเข้าขยะมือสอง ธุรกิจขยะข้ามพรมแดน เส้นทางการนำเข้า หลัง “สนธิสัญญาการค้าไทย-ญี่ปุ่น” (JFTA) มาถึงประโยคหนึ่งซึ่งความหมายกลายๆ คือ มีคนมีผลประโยชน์เอื้อในเรื่องของการแก้กฎหมายเพื่อให้เกิด ธุรกิจการนำเข้าขยะ

“ภายในสนธิสัญญาการค้าฉบับต่างๆ ล้วนแล้วแต่สอดไส้ในเรื่องการจัดการของเสีย อย่าง JFTA หรือ สนธิสัญญาการค้าไทย-ญี่ปุ่นเอง ก็ยังมีข้อความซับซ้อนซ่อนอยู่ว่าภายหลังจากสิบปี การนำเข้าของเสียพวกนี้ ไม่ต้องเสียภาษี กลายเป็นการนำเข้าอย่างเสรี ผ่านเพียงการคัดกรองจากกรมศุลกากรซึ่งเครื่องมือมีเพียงอย่างเดียวคือข่าวกรองและการประเมินความเสี่ยง

จากสนธิสัญญาการค้าไทย-ญี่ปุ่นในปีพ.ศ.2550 ถึงช่วงปี พ.ศ.2560 สิบปีพอดีที่กฎหมายไทยเปิดช่อง และ ไม่รู้ว่าเป็นเจตนาหรือไม่ที่ประเทศจีนปิดรับขยะจากทั่วโลกพอดีในช่วงนั้น การนำเข้าขยะพลาสติกในอาเซียนโดยเฉพาะไทย เวียดนาม และ มาเลเซียพุ่งสวนทางกับการลดลงในการนำเข้าขยะพลาสติกในจีนที่เคยแตะสูงสุดถึง 700,000 ตันในเดือนเมษายน 2016 ลดลงมาในหลักไม่ถึง 50,000 ตันในช่วงต้นปี 2018 กลับกันกับสามประเทศในอาเซียนที่พุ่งทะยานสูงขึ้นในเดือนเมษายน 2018 แตะทะลุหลักแสนในประเทศไทยและเกือบสามแสนในมาเลเซียและเวียดนาม ก่อนจะมีข้อมูลมาว่าประเทศไทยรับมาถึง 480,000 ตัน ตัวเลขกลม ๆ

ดาวัน จันทรหัสดี นักวิชาการอาวุโสของมูลนิธิบูรณะนิเวศ ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจรีไซเคิลมัน “อาจ” ไม่ใช่เหตุบังเอิญ ข้อมูลจากกรมควบคุมสิ่งแวดล้อมของจีนตรวจสอบโรงงานขยะรีไซเคิลในจีนพบว่า 1,162 แห่งในจีน พบว่า 751 หรือราว 65% เป็นบริษัทที่ดำเนินการจัดการธุรกิจรีไซเคิลขยะที่ไม่ได้มาตรฐาน จัดเป็นการกระทำความผิดและละเมิดกฎหมาย ซึ่งมาตรการทางกฎหมายที่จีนทั้งจับและปรับรุนแรง

พ.ศ.2562 เรากลับเห็น พ.ร.บ.โรงงานที่อนุญาตให้โรงงานที่มีเครื่องจักรต่ำกว่า 50 แรงม้า หลุดออกจากระบบโรงงาน โดยมีพระราชบัญญัติสาธารณสุขปรับเพียงไม่กี่พันบาทเป็นผู้กำกับแทน หลังจากนั้นไม่นานเราเห็นข้อมูลการจัดตั้งโรงงานแถบภาคตะวันออกโดยเฉพาะปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรามีตัวเลขการจัดตั้งจากหลักเดียวในปี 2559 พุ่งมาเป็นสองหลักในปี 2561 ก่อนที่ปี พ.ศ.2562 จะพบข้อมูลการขออนุญาตการจัดตั้งโรงงานกว่า 8,000 แรงม้า ในพื้นที่โรงงานเดียวกันแต่ซอยใบอนุญาตออกเป็นจำนวน 30 ใบ ซึ่งผิดปรกติ

ธุรกิจขยะรีไซเคิลปรับตัวจากการดำเนินการแบบเจ้าของรายเดียว กลายเป็นการจัดสรรที่ดินเพื่อธุรกิจการรีไซเคิล เปิดรับทั้งขยะที่เตรียมนำเข้ามา บวกกับประกาศ คสช.4/2559 ที่เอื้อเต็มที่ต่อการเปิดรับธุรกิจรีไซเคิล และโรงไฟฟ้าพลังขยะ ถึงขั้นออกกฎหมายโรงไฟฟ้าชุมชน ของกระทรวงพลังงาน

PM2.5 ปัญหาก่อนหน้าโควิดอย่าไปคิดว่าประเทศไทยจะแก้ปัญหาพวกนี้ได้เลยครับ ภาพมันเริ่มเด่นชัดออกมาเรื่อยๆว่า “ปัญหาฝุ่นพิษในเมือง” มันไม่ได้อยู่ในเรื่องการก่อสร้าง การเผา และ เครื่องยนต์ดีเซลแต่เพียงเท่านั้น โรงงานหลอมและแปรรูปพลาสติกที่มีนับร้อยในจังหวัดสมุทรสาคร โรงงานจัดการ E-Waste ในภาคตะวันตกและภาคตะวันออก พวกนี้ถูกละเลยท่ามกลางความร่ำรวยบนธุรกิจสีเทา

ทิ้งไว้แต่ปัญหาสุขภาพและสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่ อย่างที่นี่ “บ้านชำขวาง” ตำบลเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ชาวบ้านต้องทนกับปัญหามลพิษ ทั้งเรื่องถ่านหิน และ กลิ่นสารพิษที่เกิดจากการเผาไหม้แผงวงจรที่เกิดจากการจัดการที่ไม่ได้มาตรฐาน

ย้อนกลับไปที่กรมควบคุมสิ่งแวดล้อมของจีนรายงาน 1,162 แห่งในประเทศจีน ไม่ได้มาตรฐานถึง 751 แห่ง หรือ 65% และนักธุรกิจพวกนั้นย้ายฐานการผลิตและการจัดการ มายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย ประเทศที่ออกกฎหมายกันเป็นว่าเล่น ในขณะที่เนื้อในของกฎหมาย มันก็อย่างงั้น ๆ ไม่ได้บังคับหรือจัดการอะไรได้เลย

ภาพปกโดย : ASEAN Watch

 

94610700_2659493711000640_3353540611092250624_o
บทความโดย รุ่งโรจน์ เปรมจิราพงษ์ นักสื่อสารมวลชนอิสระ ผู้ติดตามประเด็นคนรากหญ้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *