สคส. จี้! จุดยืนข้อเสนอ การปฏิรูป พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ภายหลังที่ได้มีการยืนหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2560 ถึงข้อสังเกตุและข้อกังวัลต่อการที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังดำเนินการปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้นใหม่ทั้งฉบับนั้น

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 วันลำลึกครบรอบ 27 ปี การจากไปของสืบ นาคะเสถียร คณะกรรมการสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (สคส.) ได้จัดทำหนังสือเพื่อแสดงจุดยืนในการปฏิรูปพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2535 เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะอีกครั้ง โดยมีเนื้อหาแสดงข้อสังเกตุและข้อเสนอที่น่าสนใจหลายประเด็น ดังนี้

1. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. … ฉบับของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2535 เพียงเล็กน้อย ยังไม่นำไปสู่การปฏิรูปเชิงระบบ และยังมีเนื้อหาที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 โดยเฉพาะมาตรา 43 หมวด 6 การประเมินสิ่งแวดล้อม ส่วนที่ 1 การประเมินสิ่งแวดล้อระดับยุทธศาสตร์, มาตรา 57 และมาตรา 58 ส่วนที่ 2 การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพระดับโครงการหรือกิจกรรม

พรบ
อ่านร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี พ.ศ. … ที่ http://www.lrct.go.th/th/wp-content/uploads/2013/07/Environmental-Act-DARF.pdf

2. ระบบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ควรใช้ระบบที่ดำเนินการโดยหน่วยงานที่เป็นอิสระ ตัดความสัมพันธ์แบบลูกจ้างนายจ้างระหว่างผู้ประกอบการกับบริษัทที่ปรึกษา ใช้ระบบใบอนุญาต มีระยะเวลาของรายงาน และต้องจัดทาใหม่ทุก 5 ปี ซึ่งได้มีข้อเสนอดังกล่าวไว้แล้วในร่างกฎหมายฉบับที่จัดทาโดยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

3. ปฏิรูปกองทุนสิ่งแวดล้อม ให้เป็นกองทุนที่เป็นอิสระ ทำงานในเชิงรุก ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็ว รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ และกฎหมายแก่ประชาชนตามหลักการป้องกันไว้ก่อนและการเยียวยาอย่างเป็นธรรมโดยไม่ชักช้าตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

4. ร่างกฎหมายยังขาดบทบัญญัติว่าด้วย ผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษต้องเป็นผู้พิสูจน์ว่าตนไม่ได้ทำให้มลพิษปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม การควบคุมการปล่อยมลพิษทั้งในเชิงความเข้มข้น และปริมาณการปล่อยรวมต่อพื้นที่ ตลอดจนการกำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษที่ต้องคำนึงถึงความสามารถในการรองรับของพื้นที่

5. หลักความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ควรต้องมีบัญญัติเพิ่มเติมให้ชัดเจน

6. การกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วม เช่น การบัญญัติให้มีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมประจำจังหวัด ขึ้นรับผิดชอบแผนสิ่งแวดล้อมจังหวัด การมีมาตรการหรือกลไกที่ชัดเจนในการสนับสนุนอาสาสมัครสิ่งแวดล้อม องค์กรเอกชน องค์กรชุมชน ในการคุ้มครองและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

7. สิทธิชุมชน ควรต้องมีบทบัญญัติที่รับรองการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการ การบำรุงรักษา การใช้ประโยชน์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการคุ้มครองหรือแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิชุมชน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ซึ่ง สมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ได้เป็นส่วนหนึ่งในการยื่นข้อสังเกตุและข้อกังวลต่อการจัดทำกฎหมายสิ่งแวดล้อมขึ้นใหม่ทั้งฉบับเป็นการปฏิรูปเชิงระบบ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกันกับภาคส่วนอื่นๆ ที่เล็งเห็นคุณค่าและความสำคัญต่อการปฏิรูปในครั้งนี้ ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนสมัชชาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “จะร่วมกับองค์กรสมาชิก และองค์ภาคีด้านสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนให้สาระของการปฏิรูปดังที่กล่าวมาข้างต้น ถูกนำไปบัญญัติไว้ในกฎหมายต่อไป”

อ่านเอกสาร การปฏิรูป พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *