ฝน ชาวนา และสนามบิน

โดย…ตาล วรรณกูล

เพียงฝนระรอกแรกของต้นฤดู ก็ทำให้ชาวนาในหลายตำบลของอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมนาข้าวของตัวเองเสียแล้ว

Image2

ปัญหาความเดือดร้อนจากน้ำที่เอ่อท่วมไร่นาสวนชาวบ้านในเบื้องต้น 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.ย่านยาว ต.หนองกลับ ต.หนองแขม และต.คลองกระจง เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อเรื้อรังมายาวนาน สืบเนื่องมาจากการก่อสร้างและดำเนินกิจการสนามบินสุโขทัย ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่และคลองสาธารณะ จนก่อให้เกิดปัญหาการระบายน้ำออกจากพื้นที่ นา ไร่ และสวน ไม่คล่องตัวเท่าที่เคยเป็นมาในอดีต

IMG_3050

ซึ่งกลุ่มชาวบ้านใน 4 ตำบล ของอำเภอสวรรคโลก ได้เคยมีการเรียกร้องและเสนอให้แก้ไขปัญหานี้มาแล้วตั้งแต่ปี 2556 และได้มีการบันทึกข้อตกลงระหว่างชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนกับ พล.อ.คมกฤช ศรียะพันธ์ รองผู้อำนวยการใหญ่สนามบินสุโขทัย โดยมี นายสุมิตร เกิดกล่ำ นายอำเภอสวรรคโลก สมัยนั้น และพ.ต.อ.พิธาน ขวัญเมือง ผกก.สภ.อ.สวรรคโลก เป็นพะยานโดยมีข้อตกลงคือ 1.ทางสนามบินสุโขทัยจะเปิดทางน้ำถาวรทางด้านทิศเหนือของพื้นที่สนามบินเพื่อให้สามารถระบายน้ำจากทางฝั่งตะวันตกมายังฝั่งตะวันออกและไหลลงหนองป่าตอ 2.สนามบินจะขุดเปิดพื้นที่เป็นสระน้ำ บริเวณด้านทิศตะวันตก เพื่อระบายน้ำเป็นการถาวร ในวันที่ 2 ต.ค.56 3.สนามบินจะขุดทำคลองระบายน้ำในพื้นที่ทางด้านทิศตะวันตกตลอดแนวพื้นที่ของสนามบิน เพื่อเป็นทางระบายน้ำถาวร ขนาดกว้าง 10 เมตร ลึก 3 เมตร 4.สนามบินจะเปิดทางระบายน้ำ บริเวณท่อระบายน้ำถนนสนามบินข้างโรงแรมเฮอริเทจ และไม่วางกระสอบทรายปิดขวางทางน้ำ เพื่อให้น้ำไหลลงคลองป่าตอได้อย่างสะดวก 5.ให้ตัวแทนชาวบ้านที่ลงนามในข้อตกลง สามารถเข้าตรวจสอบช่องทางระบายน้ำได้ตลอดเวลา [เกี่ยวกับสนามบินสุโขทัย>>>http://www.sukhothaiheritage.com/index_th.html]

แต่ทางสนามบินสุโขทัยไม่พยายามเร่งรัดดำเนิการตามข้อตกลงดังกล่าว ชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนจึงร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในวันที่ 12 พ.ค.58

เมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดำเนินการส่งหนังสือขอให้ทางสนามบินสุโขทัยชี้แจงข้อเท็จจริง ในเดือนเดียวกัน

ต่อมา เดือนกรกฏาคม 58 สนามบินสุโขทัยจึงได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดผลการดำเนินงานว่า “ในปี 2557-2558 สนามบินได้แก้ไขปัญหาเรื่องการระบายน้ำตามข้อเรียกร้องเพิ่มเติมของชาวบ้าน (จากข้อตกลง 5 ข้อในปี 2556) ตั้งแต่การขุดขยายพื้นที่ให้ทางระบายน้ำมีความกว้างและลึกยิ่งขึ้นตลอดแนวคันดิน การขอขุดที่ดินชาวบ้านเพื่อขยายทางระบายน้ำให้เชื่อมต่อกับทางระบายน้ำของสนามบิน การวางท่อระบายน้ำทางด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นท่อระบายน้ำส่วนราชการทำไว้เพียง 1 แนว โดยแก้ไขให้เป็น 2 แนว ของคันดินเพื่อรับน้ำจากที่นาชาวบ้านให้ไหลลงทางระบายน้ำของสนามบินให้ได้ปริมาณมากยิ่งขึ้น และวางท่อลอดเหลี่ยมท้ายสนามบินเพิ่มอีก 1 แนว จากที่ส่วนราชการทำไว้เพียง 1 แนว เพื่อให้การระบายน้ำลงหนองตาพร้อมได้คล่องตัวยิ่งขึ้น ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะทำให้ปัญหาน้ำท่วมขังลดลง แต่หากส่วนราชการร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และท้ายน้ำอย่างเบ็ดเสร็จ คาดว่าปัญหาเรื่องน้ำท่วมที่นารอบสนามบินจะหมดไป”

นี่คือคำชี้แจงข้อเท็จจริงของสนามบิน แต่ทั้งหมดอยู่นอกเหนือข้อตกลงทั้ง 5 ข้อ และยังได้โยนความรับผิดชอบไปยังส่วนราชการอีกด้วย

IMG_3054

ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2560 ปัญหาเดิมๆ ก็ได้หมุนเวีนกลับมาอีกครั้ง แต่ครานี้แค่เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ฝนระรอกแรกตกติดต่อกันสามวัน แต่น้ำยังคงท่วมขังในนาข้าวของชาวบ้านอยู่จนถึงวันนี้ พวกเขาจึงลุกขึ้นมาทวงถามถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาของสนามบินสุโขทัยอีกครั้ง

นายบรรจบ อยู่ร่วม ซึ่งเป็นชาวนาที่มีที่นาอยู่ไม่ห่างจากสนามบินสุโขทัยเผยว่า “สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ แค่ฝนเพิ่งตก น้ำก็ไม่ระบายแล้ว เมื่อไปดูก็พบว่าน้ำในคลองระบายไหลช้ามาก เพราะน้ำมันไหลจากพื้นที่ต่ำ มาพื้นที่สูง น้ำก็ไม่ไหล จึงอยากให้เขาขุดเพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลสะดวก และยังมีอีกหลายจุดที่เขาใช้ท่อเล็กๆ เส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 1 เมตรวาง เราอยากให้รื้ออกไปเลย ให้มันลงหนองป่าตอให้ได้”

Image3

นายบรรจบ ยังได้เล่าอีกว่า “เมื่อดั้งเดิมที่บริเวณนี้เป็นคลองไหลผ่านตรงรันเวย์ของสนามบิน พอแม่น้ำยมมันท่วมมันก็ถูกระบายออกมาทางคลองนี้ 3 วัน 7 วัน มันก็แห้งไปเองตามธรรมชาติของมัน แต่ทีนี้เขามาทำคันกั้นแบบนี้มันก็ไม่เป็นธรรมชาติ”

บรรยากาศในวันนั้นมันครุกรุ่นไปด้วยความโกรธเคืองของชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจำนวนร่วมร้อยคนที่มีต่อสนามบินสุโขทัย เสมือนว่าพวกเขาไร้ซึ่งทางออกในการจัดการปัญหาที่เรื้อรัง หันไปหาผู้ปกครองท้องที่ท้องถิ่นก็เหมือนกับว่าไม่ได้รับความสนใจ อีกทั้งยังเหมือนจะเข้าข้างสนามบินอีก ครั้นจะไปบอกกล่าวเรียกร้องกับสนามบินเองก็เริ่มจะไม่ไว้วางใจว่าจะมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนนี้หรือไม่

ทางเดียวที่พวกเขาจะทำให้เกิดความสนใจได้ คือการรวมตัว และต้องบอกกล่าวไปถึงนายกรัฐมนตรีที่พวกเขาไม่คิดว่าจะได้ยิน

แต่เมื่อ พล.ต.ทรงวุฒิ จิตตานนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดสุโขทัย รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนภายใน 3-5 วัน นั่นก็หมายความว่าปัญหานี้น่าจะหมดไป หากไม่ใช่เช่นนั้น ก็ดูท่าว่าปัญหานี้จะสร้างความเหลื่อมล้ำอย่างทวีคูณ… ขึ้นอยู่กับทหารแล้วล่ะ ถ้าทำได้…

Image10

Image5

Image9

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *