จับตา!!! ร่าง “พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. …” ที่อาจน่าหวั่นเกรงกว่า พ.ร.บ.คอมฯ

มติสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพิ่งผ่านร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. … ไปเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ด้วยมติเห็นด้วย 168 ต่อ 0 เสี่ยง และเตรียมตราเป็นกฏหมายบังคับใช้ในเร็ววันนี้ แต่อย่าลืมว่ายังมี ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อีกหนึ่งฉบับ ที่อาจน่าหวั่นเกรงกว่า พ.ร.บ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ >>> ดาวน์โหลดร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ได้ที่นี่!!! <<<

untitled-1

ด้วยหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ระบุว่า “เพื่อให้ประเทศไทยสามารถปกป้อง ป้องกัน หรือรับมือกับสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่ส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการให้บริการหรือการประยุกต์ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โครงข่ายโทรคมนาคม หรือการให้บริการโดยปกติของดาวเทียม ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของชาติในมิติต่างๆ อันครอบคลุมถึงความมั่นคงทางการทหาร ความสงบเรียบร้อยในประเทศ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ในมาตรา 6 ของกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้ตั้ง “คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ” (กปช.) หรือชื่อภาษาอังกฤษ National Cybersecurity Committee (NCSC)

ประกอบด้วย

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน
  • เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
  • ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • ปลัดกระทรวงกลาโหม
  • ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนดลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • ผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 7 คน คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นิติศาสตร์ และด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง

นอกจากคณะกรรมการ กปช. แล้ว จะยังมีการจัดตั้ง “สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ” เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ไม่เป็นส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยจะโอนพนักงานและทรัพย์สินของ “สำนักความมั่นคงปลอดภัย” ที่อยู่ภายใต้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) มาเป็นสำนักงานใหม่แห่งนี้

ซึ่งอำนาจของคณะกรรมการความมั่นคงไซเบอร์ฯ สามารถสั่งการได้ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน

อำนาจของกรรมการมีดังนี้ (มาตรา 7)

  • กำหนดแนวทางและมาตรการตอบสนองและรับมือภัยคุกคามไซเบอร์
  • กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น
  • กำหนดมาตรการยกระดับทักษะความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่
  • จัดทำ “แผนปฏิบัติการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ”
  • จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน รายงานให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีทราบ
  • เสนอแนะและให้ความเห็นต่อ คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือคณะรัฐมนตรี ในประเด็นการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

กปช. ยังมีอำนาจสั่งการให้หน่วยงานรัฐดำเนินการเพื่อป้องกัน แก้ปัญหา หรือบรรเทาผลกระทบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ และถ้าหน่วยงานใดไม่ทำตามมติ กปช. ก็ถือว่าหัวหน้าหน่วยงานนั้นมีความผิดทางวินัย (มาตรา 31-33) และในกรณีที่ภัยคุกคามไซเบอร์กระทบต่อ “ความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์” กปช. สามารถสั่งงานหน่วยงานภาคเอกชนได้ด้วย (มาตรา 34)

นอกจากนั้นยังมีอำนาจของเจ้าหน้าที่ สามารถเข้าถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสารได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล

เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการสำนักงาน กปช. มีอำนาจ “เข้าถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสารทั้งไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ในการสื่อสารสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” (มาตรา 35 (3))

ในร่างกฎหมายฉบับล่าสุด ไม่ระบุเงื่อนไขของอำนาจตามมาตรา 35 (3) บอกเพียงแค่ว่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

และเจ้าหน้าที่ยังสามารถ

  • เรียกให้หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือนำส่งเอกสารต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการรักษาการตามพ.ร.บ. ฉบับนี้ (มาตรา 35 (1))
  • ส่งหนังสือ “ขอความร่วมมือ” ให้หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานเอกชน ดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ (มาตรา 35 (2))

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน ยังได้เสนอว่าคณะกรรมการ กปช. เดิมกำหนดให้รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธาน แต่ควรเปลี่ยนเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานแทน โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เป็นรองประธาน รวมถึงควรเพิ่มกรรมการโดยตำแหน่งขึ้นอีกหลายตำแหน่ง เช่น ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ฯลฯ อีกด้วย

ksr7iim

—————-
ขอขอบคุณข้อมูลและอินโฟกราฟิกจาก www.blognone.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *