เครือข่าย ภาค ปชช. ในนาม People Go Network Forum ประกาศวาระประชาชน 2560 เหนือยุทธศาสตร์ชาติ

รายงานโดย กิติญาภรณ์ เรืองสุวรรณ์

วันที่ 11 ธันวาคม 2559 กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน 109 องค์กร ทั่วประเทศ ร่วมแถลงการณ์ “ประกาศวาระประชาชน 2560 เหนือยุทธศาสตร์ชาติ” ในนาม People Go Network Forum ณ งานใส่ใจรัฐธรรมนูญกับสิทธิมนุษยชน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน “ก้าวไปด้วยกัน” ที่จัดขึ้นที่ อาคารเกษม อุทยานิน คณะรัฐศาสตร์ จุฬารงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างวันที่ 10-11 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา

15283991_1117001828413476_5184935538351998524_n

รับชมคลิปการอ่านคำประกาศ People Go 2560 [ประชาไท] >>> https://youtu.be/0oRJocXvBw4

โดยมีตัวแทนกลุ่ม People Go อ่านคำประกาศ People Go 2560 ได้แก่ ดร.อนุสรณ์ อุณโณ จากเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง กนกพร ดิษฐกระจันทร์ จากเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก บุญยืน สุขใหม่ จากสมัชชาคนจน และวศินี บุญที จากกลุ่มคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม ซึ่งเป็นคำประกาศดังกล่าว มีเจตนารมณ์ที่สำคัญในการร่วมปกป้องสิทธิมนุษยชนภายหลังการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ดังคำประกาศฯ ต่อไปนี้

คำประกาศ People Go 2560

เราเครือข่ายประชาชน“People Go Network Forum” ซึ่งประกอบด้วยชาวบ้านเกษตรกรคณาจารย์นักวิชาการองค์กรพัฒนาเอกชนกลุ่มแรงงานสื่อมวลชนนิสิตนักศึกษาและผู้ประกอบอาชีพอิสระ 109 องค์กรได้ร่วมกันทบทวนสถานการณ์ของประเทศภายหลังรัฐประหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาและความเดือดร้อนที่เกิดกับพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นผลมาจากอคติที่มีต่อกลุ่มบุคคลข้างต้นเราเครือข่ายประชาชนจึงขอประกาศดังนี้

1. เราขอย้ำเตือนให้สังคมตระหนักว่าการวางรากฐานทิศทางการพัฒนาประเทศด้วยการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจะบังคับใช้เช่นแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและการดำเนินการของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาได้วางทิศทางการพัฒนาประเทศไปสู่

1.1 ความเหลื่อมล้ำในสังคมที่จะขยายวงกว้างขึ้นจากการลดสวัสดิการและการปรับเปลี่ยนระบบสวัสดิการถ้วนหน้าเป็นการสงเคราะห์ให้กับคนเฉพาะกลุ่มที่ไปลงทะเบียนหรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐกำหนด

1.2 การขาดสมดุลของการพัฒนาระหว่างคนสังคมเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมเน้นการพัฒนาที่ทำลายสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจละเลยมิติการพัฒนาคนและสังคมแต่ให้ความสำคัญกับบรรษัทเอกชนซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและทำลายคุณค่าความเป็นมนุษย์

1.3 การสร้างระบบการศึกษาที่ไม่เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยการกระจายอำนาจและสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วยการบ่มเพาะค่านิยมการท่องจำและเชื่อฟังผู้มีอำนาจให้กับเด็กและเยาวชนผ่านระบบการศึกษาซึ่งจะทำให้เด็กและเยาวชนไทยมีลักษณะอำนาจนิยมโอนอ่อนผ่านตามผู้มีอำนาจทำเองไม่เป็นคิดเองไม่ได้เชื่อฟังคำสั่งเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์

1.4 การทำลายวัฒนธรรมคนท้องถิ่นกลุ่มชาติพันธุ์เกษตรกรชาวนาชาวประมงพื้นบ้านด้วยการลิดรอนสิทธิเสรีภาพจำกัดพื้นที่การแสดงออกเอื้ออำนวยให้กลุ่มทุนเข้ามาลงทุนใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเดิมที่กลุ่มคนเหล่านี้เคยได้อาศัยทำกินประเทศไทยจะขาดความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพเกษตรกรชาวนาชาวประมงจะกลายเป็นแรงงานรับจ้างชีวิตมีความทุกข์ยากเพิ่มขึ้น

1.5 การมีผู้แทนทางการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งองค์กรอิสระที่ถูกอำนาจครอบงำและไม่ยึดโยงกับความต้องการของประชาชนการทำประชามติที่คลุมเครือและการข่มขู่คุกคามและการขัดขวางการเคลื่อนไหวของประชาชน

2. เราจะติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาลในด้าน

2.1 การลิดรอนสิทธิการเลือกตั้งของประชาชนจากการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งที่จะทำให้เสียงของประชาชนลดความสำคัญลง

2.2 การสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารและพวกพ้องซึ่งถอยไปอยู่หลังฉากและยังคงมีอำนาจกำกับการทำงานของคณะรัฐมนตรีและกลไกรัฐที่จะมีขึ้นหลังการเลือกตั้ง

2.3 กฎหมายกฎประกาศและคำสั่งที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสิทธิชุมชนที่ได้มีผลบังคับใช้แล้วเช่นพ.ร.บ.ชุมนุมการใช้อำนาจตามมาตรา 44คำสั่งและประกาศคสช. ฉบับต่างๆอาทิ 64/2557 66/2557 97/2557 3/2558 3/2559 4/2559 9/2559 พ.ร.บ.แร่และที่เตรียมการที่จะยกร่างประกาศบังคับใช้อาทิกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกฎหมายที่แย่งยึดที่ดินและทรัพยากรของประชาชนมาเป็นของรัฐประกาศและคำสั่งที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเข้ามาดำเนินการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติทำลายสิ่งแวดล้อมและทำลายวัฒนธรรมชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

2.4 การใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนในชาติและต่างชาติผ่านการเจรจาการค้าและการทำข้อตกลงหรือหนังสือสัญญาระหว่างประเทศตลอดจากการส่งเสริมการเกษตรพันธะสัญญาที่เอื้อต่อกลุ่มทุนขนาดใหญ่ตลอดจนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ

3. เราขอเรียกร้องพี่น้องประชาชนภาครัฐและเอกชนดังต่อไปนี้

3.1 ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการร่างยุทธศาสตร์ชาติฉบับใหม่

3.2 คืนสิทธิความเป็นพลเมืองสิทธิเกษตรกรและสิทธิชุมชนที่มีหน้าที่กำหนดความเป็นไปในทิศทางของประเทศมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกออกแบบและคัดค้านการดำเนินการของภาครัฐที่สร้างความทุกข์ยากให้กับพี่น้องประชาชน

3.3 จัดให้มีการเลือกตั้งโดยบริสุทธิ์และยุติธรรมโดยเร็วและจัดให้มีการกระจายอำนาจการปกครองและให้อำนาจประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายการเมืองแทนที่จะเป็นองค์กรอิสระที่มาจากการแต่งตั้ง

3.4 ปฏิรูปสถาบันหลักของชาติทั้งสถาบันในกระบวนการยุติธรรมสถาบันการศึกษาระบบราชการโดยเฉพาะสถาบันด้านความมั่นคงจะต้องสร้างความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ตามกฎหมายและเจตจำนงของประชาชน

3.5 เปลี่ยนแบบแผนและโครงสร้างการกระจายประโยชน์จากการพัฒนาประเทศการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ทั่วถึงและเป็นธรรมมีการปฏิรูปที่ดินที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้เปราะบางคนยากจน

3.6 รัฐต้องลดบทบาทลงเป็นเพียงผู้กำกับดูแลสร้างความเป็นธรรมและอำนวยความยุติธรรมโดยส่งเสริมบทบาทและสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาสังคมร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนเป็นภาคส่วนหลักในการพัฒนาประเทศ

3.7 ให้รัฐสวัสดิการเป็นวาระแห่งชาติทุกฝ่ายร่วมผลักดันให้เกิดระบบอาทิรระบบสุขภาพมาตรฐานเดียวระบบบำนาญพื้นฐานโครงสร้างภาษีและอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมเรียนที่เป็นธรรมการประกันรายได้ระบบค่าจ้างที่เป็นธรรมการจ้างงานที่เป็นธรรมและคุ้มครองแรงงานเสมอภาคเท่าเทียมซึ่งจะเป็นทางออกของปัญหาความเหลื่อมล้ำแตกต่างของคนในสังคมจะต้องเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้น

3.8 พัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืนให้ความสำคัญกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแล้วยังต้องดูแลรักษาให้มีใช้อย่างยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

3.9 เร่งสร้างการยอมรับในความแตกต่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นสถานะทางเศรษฐกิจสังคมชาติพันธุ์ศาสนาวงศ์ตระกูลเพศสภาวะหรือว่าจุดยืนทางการเมืองเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

3.10 ประชาชนต้องมีส่วนร่วมและตรวจสอบการเจรจาทางการค้าข้อตกลงและหนังสือสัญญาระหว่างประเทศตลอดจนฝ่ายนิติบัญญัติที่ยึดโยงกับอำนาจจากประชาชนจะต้องสามารถตรวจสอบฝ่ายบริหารในการเจรจาและทำข้อตกลงดังกล่าวได้เพื่อประโยชน์ของสาธารณะอย่างแท้จริง

3.11 มีนโยบายสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถทำเกษตรได้ด้วยตนเองและอย่างยั่งยืน

15416864_10154772388232866_220567432_n

จากนั้น นายอนันต์ วิลัยฤทธิ์ ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ก็ได้อ่านคำแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลถอน พระราชบัญญัติแร่ ฉบับใหม่ที่ผ่านวาระของ สนช. “เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ เห็นว่าพระราชบัญญัติแร่ฉบับใหม่ ที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วาระที่ 3 และพร้อมตาจะเป็นกฏหมายบังคับใช้ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ยังมีจุดอ่อนอีกหลายประการที่ไม่ดีพอต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ตัวจริง  เพราะได้กำหนดหลักการให้ ‘แร่เป็นของรัฐ’ เพื่อที่รัฐจะมีสิทธิอนุมัติ/อนุญาตสัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่แต่เพียงผู้เดียวให้แก่ใครก็ได้  ไม่ว่าแร่จะอยู่ใต้ถุนบ้านของใครก็ตาม เนื้อหาในกฎหมายแร่ฉบับดังกล่าวยังมองประโยชน์ของผู้ประกอบการเป็นหลัก โดย

  1. บัญญัติให้สามารถนำแหล่งแร่มาเปิดประมูลเพื่อให้สิทธิในสัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถรุกล้ำเข้าไปในที่ดินทำกินของชุมชนท้องถิ่นได้โดยง่าย
  2. บัญญัติให้มีการแบ่งการทำเหมืองออกเป็น 3 ประเภทโดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการแร่และการกระจายอำนาจในการจัดการแร่ให้ท้องถิ่น  ที่กำหนดให้มีการแบ่งประเภท การทำเหมืองเป็นประเภทที่ 1, 2และ 3 ซึ่งเป็นการทำเหมืองขนาดเล็ก กลางและใหญ่ตามลำดับนั้น  โดยสามารถซอยย่อยขนาดพื้นที่การทำเหมืองประเภทที่ 2 และ 3  ซึ่งเป็นการทำเหมืองขนาดกลางและใหญ่ให้เป็นการทำเหมืองประเภทที่ 1 ซึ่งเป็นการทำเหมืองขนาดเล็ก  ให้มีเขตเหมืองแร่ติดต่อกันหลายแปลงได้  เพื่อทำให้ขั้นตอนและกระบวนการอนุญาตประทานบัตรมีระยะเวลาที่สั้นลง  ไม่ยุ่งยาก  ง่ายต่อนักลงทุน  และทำให้ถูกยกเว้นไม่ต้องจัดทำรายงานอีไอเอได้อีกด้วย
  3. บัญญัติให้โรงแต่งแร่และโรงประกอบโลหกรรมภายในเขตเหมืองแร่ซึ่งได้ประทานบัตรไม่ต้องขอใบอนุญาตอีกต่อไป  เสมือนว่าโรงแต่งแร่และโรงประกอบโลหกรรมเป็นของแถมสำหรับใบอนุญาตประทานบัตร  ทั้ง ๆ ที่กิจกรรมในส่วนนี้เป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดมลพิษเสียยิ่งกว่าการทำเหมืองแร่เสียอีก  เพราะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บขังสารละลายและโลหะหนักที่เป็นพิษร้ายแรงต่อชีวิตและสภาพแวดล้อม  ที่สมควรต้องระแวดระวังการไหลออกสู่สภาพแวดล้อมภายนอก  และวางมาตรการกำกับดูแลและควบคุมอย่างใกล้ชิดให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยภายในบริเวณที่ต้องเก็บกักให้มิดชิด  เพื่อป้องกันมิให้เล็ดลอดออกสู่สภาพแวดล้อมภายนอกได้
  4. บัญญัติให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจและหน้าที่ในการอนุมัติ/อนุญาตสัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่โดยตรง  ขยายอำนาจสัมปทานให้เป็นหน่วยงานที่ชงเองกินเองโดยไม่ผิดกฎหมายได้  โดยสามารถนำพื้นที่แหล่งแร่ใดก็ได้มายื่นคำขอประทานบัตรและจัดทำรายงานอีไอเอด้วยตนเองได้  เมื่อได้รับประทานบัตรและอีไอเอผ่านความเห็นชอบแล้วก็นำพื้นที่แหล่งแร่นั้นมาเปิดให้เอกชนประมูลเพื่อทำเหมืองแร่แทนตนเองได้

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ เห็นว่ากฎหมายแร่ฉบับนี้จะเป็นอาวุธอันทรงพลังที่ยึดครองผืนดินทำกินของเรา  แต่เราจะไม่เกรงกลัวต่ออาวุธอันชั่วช้าสามานย์นี้  และเราจะไม่ยอมจำนนและแสดงความหดหู่สิ้นหวังใด ๆ ต่ออำนาจรัฐที่กดขี่ข่มเหงชีวิตเรา  ตรงกันข้าม  ด้วยพลังประชาชนที่ก่อรูปขึ้นมาด้วยคนเล็กคนน้อย  จะเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ  เราขอประกาศว่า  “ไม่ยอมรับกฎหมายแร่ฉบับนี้”  และขบวนประชาชนของเราจะทำงานอย่างต่อเนื่องด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยมเพื่อให้มีการถอดถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไปจากสังคมไทยให้จงได้” นายอนันต์ อ่านแถลงการณ์

15497906_1833479693531056_1966279406_n

องค์กรเครือข่าย People Go Network Forum ทั้งหมด 109 องค์กร

1. เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง
2. สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3. สถาบันวิจัยสังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
4. โครงการรัฐศาสตร์เสวนาหลักสูตรรัฐศาสตร์บัณฑิตสาขาการเมืองและการจัดการปกครองภาควิชาการเมืองการปกครองจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
5. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม
6. เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ-บำนาญแห่งชาติ
7. มูลนิธิบูรณะนิเวศ
8. เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก
9. มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย)
10. มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
11. สมัชชาคนจน
12. กลุ่มละครมะขามป้อม
13. เครือข่ายพลเมืองเน็ต
14. สมัชชาอู่ข้าวอู่น้ำภาคกลาง
15. มูลนิธินโยบายสุขภาวะ
16. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM)
17. กลุ่ม Mini Drama
18. กลุ่มการเมืองครั้งแรก
19. กลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)
20. Focus on the Global South
21. เครือข่ายสลัม 4 ภาค
22. มูลนิธิโลกสีเขียว
23. กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
24. เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ประเทศไทย
25. กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน(พื้นที่คัดค้านเหมืองแร่ทองคำต.เขาหลวงอ.วังสะพุงจ.เลย)
26. กลุ่มรักษ์บ้านแหง(พื้นที่คัดค้านสัมปทานทำเหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์ต.บ้านแหงอ.งาวจ.ลำปาง)
27. ชมรมอนุรักษ์ลุ่มน้ำสรอยต.สรอยอ.วังชิ้นจ.แพร่ (พื้นที่การขอสัมปทานสำรวจแร่เหล็กและทองคำ)
28. กลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมเนินมะปรางอ.เนินมะปรางจ.พิษณุโลก
29. กลุ่มฮักบ้านฮั่นแน้วต.เชียงกลมอ.ปากชมจ.เลย
30. กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์อ.บำเหน็จณรงค์จ.ชัยภูมิ
31. สมาคมพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหาต.คูหาใต้อ.รัตภูมิจ.สงขลา
32. ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (YPD)
33. กลุ่มลูกชาวบ้านม.บูรพา
34. กลุ่มเยาวชนบ้านอาสาเพื่อเด็กและเยาวชนปัตตานี
35. กลุ่มแก็งข้าวกล่องม.รามคำแหง
36. กลุ่มเพื่อนประชาชน
37. มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน
38. เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.)
39. กลุ่มกระเหรี่ยงภาคเหนือ
40. เครือข่ายเพื่อนตะวันออกวาระเปลี่ยนตะวันออก
41. โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)
42. สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
43. กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง(กสรก.)
44. กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท
45. สมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย
46. กลุ่มแม่โจ้เสรีเพื่อประชาธิปไตย
47. สมัชชาสิทธิเสรีภาพนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่
48. กลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่(NGC)
49. กลุ่มลุ่มน้ำโขงศึกษา
50. กลุ่มพลเรียน
51. ศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษาสถาบันวิจัยสังคมมหาวิทยาเชียงใหม่
52. สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.)
53. กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย
54. แนวร่วมนักเขียนแห่งประเทศไทย
55. Cafe Democracy
56. กลุ่มรักษ์เขาชะเมา
57. สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา (LEMPAR)
58. เครือข่ายประชาชนชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ(PERMATAMAS)
59. กลุ่มอนุรักษ์อ่าวบางละมุง
60. สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอการตัดเย็บเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย
61. เครือข่ายรักษ์อ่าวอุดม
62. กลุ่มประมงต้นแบบบ้านอ่าวอุดม
63. กลุ่มประมงต้นแบบบ้านนาเกลือ
64. กลุ่มประมงต้นแบบบ้านบางละมุง
65. เครือข่ายสภาพลเมืองจังหวัดชลบุรี
66. โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนคนไร้รัฐจ.อุบลราชธานี
67. เครือข่ายปกป้องผืนป่าตะวันออก
68. คณะทำงานนักเกรียนเปลี่ยนโลก
69. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.)
70. มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน
71. สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.)
72. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
73. องค์กรสิทธิเสรีภาพของประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้
74. เครือข่ายการศึกษาทางเลือก
75. สมัชชาเครือข่ายปฏิรูปการศึกษา
76. กลุ่มเสรีนนทรี
77. กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์
78. กลุ่มศิลปากรเสรีเพื่อประชาธิปไตย
79. สมาคมแรงงานนอกระบบประเทศไทย
80. มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ
81. มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
82. แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลประเทศไทย
83. สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล
84. มูลนิธิชีววิถี (Biothai)
85. Thai Climate Justice
86. เครือข่ายพลเมืองสงขลา
87. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้)
88. กลุ่ม Save Krabi
89. กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำท่าสะท้อนและสิ่งแวดล้อมสุราษฎร์ธานี
90. เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้
91. เครือข่ายประชาชนปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสงขลาสตูล
92. เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน
93. เครือข่ายรักษ์ชุมพร
94. เครือข่ายพลเมืองพัทลุง
95. เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน
96. เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล
97. ศูนย์เรียนรู้วิถีธรรมชาติเพื่อชุมชนจะนะ
98. สภาทรัพยากรพันธุกรรมพื้นบ้านภาคใต้
99. สภาประชาชนอำเภอรัตภูมิ
101. สมาคมรักษ์ทะเลจะนะ
102. มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
103. เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
104. กลุ่มกรณีปัญหาที่สาธารณะประโยชน์โคกภูกระแตจ.นครพนม
105. กลุ่มกรณีปัญหาที่สาธารณะประโยชน์ดงคัดเค้าจ.นครพนม
106. กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ
107. ชุมชนโคกอีโด่ย
108. กลุ่มกรณีปัญหาทหารประกาศพระราชกฤษฎีกาเขตหวงห้ามฯ 2479 จ.นครสวรรค์ทับที่ดินทำกิน
109. สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *