หรือใคร? อยากได้โรงไฟฟ้าถ่านหิน (จนตัวสั่น)

บทความโดย ธนากร อัฏฐ์ประดิษฐ์

เพื่อจะตอบคำถามดังกล่าว จึงลองสำรวจข้อมูลในเบื้องต้นจากแวดวงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ใน Facebook ของตัวเองและท่องไปในเว็บไซต์ที่อาจมีข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งก็พอทำให้ได้เข้าใจอะไรมากขึ้น แต่ที่ไม่เข้าใจเลยซักนิดก็คือ ทำไมผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหลายยังดื้อดึงทำในสิ่งที่จะส่งผลกระทบมหาศาลกับแผ่นดินนี้และจะไม่มีใคร(หน้าไหน?) สามารถรับผิดชอบผลของมันได้

เดือนเมษายนที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่ในวงการถ่านหินเมื่อบริษัท Pea Body Energy” ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองถ่านหินเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลกพึ่งจะยื่นเรื่องต่อศาลในสหรัฐอเมริกาเพื่อขอพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายของตัวเอง ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณสำคัญว่าโลกใบนี้กำลังโบกมือลาอุตสาหกรรมนี้  ฝั่งสหรัฐอเมริกาเอง สมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้ประกาศปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินไป 94 โรง และจะทยอยยกเลิกอีก 150 โรงภายใน 4 ปี และกำลังจะ “ทดแทนด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียนและพัฒนาการใช้พลังงานที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”  ทางฝั่งยุโรปในหลายประเทศก็กำลังทยอยปิดการใช้งานโรงไฟฟ้าถ่านหิน “โรงสุดท้ายของประเทศ” (เช่น เบลเยียม ไซปรัส ลักแซมเบิร์ก มัลตา)

111830_183835
ภาพจาก GREENPEACE

หันมาดูตัวอย่างในแถบเอเชียเรา บริษัทสร้างถ่านหินในญี่ปุ่นเริ่มได้หันมาพัฒนาพลังงานทางเลือกมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะไม่ให้ก่อเกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและคน ถึงขนาดมีเมืองที่ทดลองใช้พลังงานทางเลือกกับอุปกรณ์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือใน เมือง Toyota ในจังหวัดไอจิ (ตั้งชื่อเมืองเพื่อยกย่องยี่ห้อรถยนต์นี้)…ประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าก็มีข่าวว่าจะยกเลิกโครงการถ่านหินทวาย หรือมาเลเซีย เวียดนามก็ประกาศไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน  ในอินโดนีเซียก็มีข่าวการคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเช่นกัน

ด้านผลกระทบคงปฏิเสธกันลำบาก ดูข้อมูลจาก “IPCC” (Intergovernmental Panel on Climate Change) ของสหประชาชาติ ได้ระบุชัดเจนว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นสาเหตุหลักของการเกิดภาวะโลกร้อน   มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยในเยอรมันก็ระบุว่ามียอดผู้เสียชีวิตจากโรคที่มีสาเหตุมาจากถ่านหินปีละ 20,000 ราย…ประสบการณ์ของหลายประเทศทั่วโลกและข้อมูลวิชาการต่างๆ คงพอจะสะท้อนอะไรได้อย่างที่สุดแล้วสำหรับเรื่องผลกระทบของการเลือกใช้พลังงานถ่านหิน

กำลังเกิดอะไรขึ้นในแผ่นดินไทยขณะนี้ ?  หน้าทำเนียบรัฐบาลขณะนี้มีกลุ่มคนโกนผม นั่งภาวนาเรียกร้องให้หยุดโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่จากการที่มีข่าวว่าผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่บางท่านกำลังจะ“เสียสัตย์” หรือต่อไปจะ “เสียสัตย์เพื่อชาติ” อีกซักกี่ครั้งก็คงไม่แปลกมากนักสำหรับสภาพบ้านเมืองในขณะนี้…

อะไรนะ !! เรากำลังจะเอาสิ่งตกยุคที่สร้างหายนะมาแล้วทั่วโลกมาไว้ในบ้านเรายิ่งมาอยู่ที่“กระบี่”     เนี้ยนะ !! คงไม่จริงมั้ง ?  นึกถึงกระบี่ก็เห็นภาพของขุมทรัพย์ทางการท่องเที่ยวระดับโลกที่แสนงดงามและสร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาล แถมยังเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติหรือ “Ramsar Convention” และที่สำคัญคือมีวิถีชีวิตลมหายใจของผู้คนจำนวนมากอยู่ที่นั่น

tgaevrhxydfrdwa-800x450-nopad
ภาพจาก GREENPEACE

มีข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจและทางหน่วยงานรัฐควรจะออกมาอธิบายและเปิดพื้นที่ทางสังคมให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดในประเด็นที่มักมีการเชื่อมโยงเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าวกับการขึ้นอัตราค่าไฟที่จะแพงขึ้นว่า มีการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าสูงสุด เกินความจริงมาโดยตลอดจริงหรือไม่อย่างไร?  เนื่องจากหากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริงจะส่งผลให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าสำรองมากเกินไปและกลายเป็นภาระค่าไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นกับประชาชน

ประเทศเราอาจเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่กำลังอยากได้โรงไฟฟ้าถ่านหินจนตัวสั่นในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังจะ “เข้าสู่ยุคของพลังงานหมุนเวียน พลังทางเลือกที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมและชุมชน” ซึ่งเชื่อว่าประเทศเราเองคงมีศักยภาพการพัฒนาพลังงานในหลายรูปแบบที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา “พลังงานตกยุค”และอีกด้านหนึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องที่สังคมจะนิ่งเฉยแล้วปล่อยให้ใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาแอบอ้างข้อมูลฟากเดียวและตีหน้าเนียนปล้นทำลายแหล่งทรัพยากรสำคัญของคนในชาติไป

ท่านผู้มีอำนาจอย่าได้ดูถูกสติปัญญาของประชาชนเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินจะดีกว่า…

coal_resized
ภาพจาก WAY MAGAZINE

[แนะนำอ่านเพิ่มเติมใน]

http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/blog/56227/

http://www.ecowatch.com/25-of-europe-quits-coal-1891078241.html

http://www.seub.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=1533:seubnews&catid=5:2009-10-07-10-58-20&Itemid=14

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *